เทคนิคการถ่ายภาพสถาปัตยกรรม

December 22, 2008

ภาพสถาปัตยกรรมอันสวยงามนั้นนอกจากการออกแบบอันแสงวิจิตรของสถาปนิกและความละเอียดอ่อนในฝีมือช่างแล้ว ความสวยงามอย่างที่ตาเห็นแล้วถ่ายทอดมาเป็นภาพถ่ายที่จะสวยได้ดั่งใจจะต้องมีองค์ประกอบอื่นๆอีกมาก ซึ่งองค์ประกอบที่มีความสำคัญอย่างที่สุดก็คือ “แสงและเงา” 

เทคนิคการถ่ายภาพสถาปัตยกรรม
“เฝ้าประตู” ภาพนี้เน้นให้เห็นถึงเส้น Perspective เป็นอีกวิธีการนึงที่ช่วยสร้างมิติแห่งความลึกให้ภาพได้เช่นกัน
Focal Length : 35 mm.
Shooting Mode : Aperture-Priority AE
Aperture Value : f/8
Shutter Speed : 1/250 sec.
Metering Mode : Evaluative
Exposure bias value : -0.50EV
ISO Speed : 400

 

ในทุกๆเรื่องทุกๆตอนที่เคยนำเสนอ ก็มักจะเน้นเรื่องของแสงและเงาอยู่เป็นประจำ ก็เพราะการถ่ายภาพเป็นการวาดภาพด้วยแสง ดังนั้นแสงจึงเป็นตัวเอกที่มักจะถูกนำเสนออยู่ตลอดทุกๆครั้งไป แล้วครั้งนี้ก็เช่นกัน แสงกับการถ่ายภาพแนวสถาปัตยกรรมมีวิธีการดูแสงและมีวิธีการถ่ายภาพอย่างไรกัน

ทิศทางแสงที่เหมาะกับการถ่ายภาพสถาปัตยกรรมมากที่สุดก็คือ “แสงด้านข้าง (Side Light)” ทิศทางแสงที่มาจากด้านข้างนี้จะต้องมาในแนวเฉียงข้างค่อนไปทางด้านหน้าของสถาปัตยกรรมนั้น ไม่ควรเป็นแสงเฉียงแต่มาจากด้านหลัง เพราะการถ่ายภาพย้อนแสงโอกาสที่จะได้เหลี่ยมเงาอันสวยงามของสถาปัตยกรรมนั้นทำได้ยากมากๆ และสีสันของสถาปัตยกรรมก็ไม่โดดเด่นเลย หากให้เลือกระหว่างการถ่ายภาพย้อนแสงกับการถ่ายภาพตามแสงตรงๆแล้ว ขอเลือกเป็นการถ่ายภาพตามแสงตรงๆดีกว่าเพราะยังได้สีสันที่สดใสของสถาปัตยกรรมแม้ว่าสถาปัตยกรรมนั้นจะขาดมิติแห่งความลึกก็ตาม

 

เทคนิคการถ่ายภาพสถาปัตยกรรม เทคนิคการถ่ายภาพสถาปัตยกรรม
“โบสถ์ฝรั่ง” แสงและเงาแบบนี้จะช่วยสร้างอารมณ์ภาพได้เป็นอย่างดี
Focal Length : 200 mm.
Shooting Mode : Aperture-Priority AE
Aperture Value : f/5.6
Shutter Speed : 1/1500 sec.
Metering Mode : Evaluative
Exposure bias value : -0.50EV
ISO Speed : 100
 
 
“ช่อฟ้า” การตัดส่วนเพื่อเน้นความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมแบบนี้ ต้องคำนึงถึงการวางตำแหน่งของเส้นให้สอดคล้องลงตัว บางสถาปัตยกรรมมีลวดลายพาดไปมามากจนเกินไป ก็อาจจะไม่โดดเด่นเหมือนภาพนี้ก็ได้
Focal Length : 200 mm.
Shooting Mode : Aperture-Priority AE
Aperture Value : f/5.6
Shutter Speed : 1/3000 sec.
Metering Mode : Evaluative
Exposure bias value : -0.50EV
ISO Speed : 200

 

 การถ่ายภาพสถาปัตยกรรมด้วยแสงด้านข้างนี้ก็เพื่อทำให้ลวดลายนูนสูงของสถาปัตยกรรมนั้นมีเหลี่ยมเงาอย่างชัดเจน ส่วนที่ได้รับแสงก็จะสว่างในขณะที่ส่วนที่ลึกลงไปได้รับแสงน้อยก็จะมีเงามืดดำ ลักษณะแสงแบบนี้ทำให้สถาปัตยกรรมมีมิติขึ้นก็จากความเปรียบต่างของแสงที่ตกกระทบลงบนวัตถุที่ไม่เท่ากันนี่เอง แต่การให้ทิศทางแสงตกลงบนสถาปัตยกรรมได้อย่างสวยงามนั้น ก็ต้องอาศัยช่วงเวลาที่เหมาะสมด้วย ช่วงเวลาที่เหมาะสมจะเป็นช่วงเช้าหรือเย็นซึ่งมีทิศทางแสงเฉียงมากกว่าเวลาเที่ยงๆ ซึ่งแสงจะส่องลงมาตรงๆ หากสถาปัตยกรรมนั้นแสดงลวดลายในแนวดิ่ง ก็จะไม่เกิดความเปรียบต่างของแสงเงาภาพที่ได้จะแบนขาดความสวยงามลงไปเยอะ

ทิศทางแสงด้านข้างนี้นอกจากจะช่วยทำให้สถาปัตยกรรมที่แสดงลวดลายนูนสูง, นูนต่ำ หรือลอยตัว มีความสวยงามเน้นลวดลายได้อย่างงดงามแล้ว อารมณ์ของภาพถ่ายแนวสถาปัตยกรรมจะเป็นอย่างไรนั้น ก็ต้องอาศัยความเข้มของแสงเข้าช่วยด้วย หากเราให้ความเข้มของแสงมากๆ ลวดลายจะมีความคมมากขึ้นเหมาะกับการถ่ายภาพสถาปัตยกรรมที่มีลวดลายละเอียดวิจิตรบรรจงหรือมีเหลี่ยมแบบหักมุมเยอะๆ ภาพที่ได้จะดูอลังการตระการตา ดูมีความเข้มแข็งสง่างาม แต่ถ้าความเข้มของแสงมีน้อยความเปรียบต่างก็จะน้องลงไปซึ่งแสงแบบนี้เหมาะกับการถ่ายภาพสถาปัตยกรรมที่มีลวดลายน้อยๆและมีเหลี่ยมมุมน้อยๆ เช่น เสาทรงโรมัน หรือเจดีย์ที่มีรูปทรงกลมๆมนๆไม่มีเหลี่ยมมากนัก เพราะแสงแบบนี้จะสร้างความนุ่มนวลอ่อนช้อยภาพที่ได้จะดูเหมือนนุ่มลึก น่าเลื่อมใสรู้สึกถึงความสงบนิ่งได้เป็นอย่างดี

 

เทคนิคการถ่ายภาพสถาปัตยกรรม เทคนิคการถ่ายภาพสถาปัตยกรรม
“เขาวัง” การใช้กรอบภาพจะช่วยเน้นให้สถาปัตยกรรมนั้นดูเด่นมากขึ้น แต่อย่าให้กรอบภาพนั้นมีพื้นที่ในภาพมากจนเกินไป
Focal Length : 18 mm.
Shooting Mode : Aperture-Priority AE
Aperture Value : f/8
Shutter Speed : 1/50 sec.
Metering Mode : Evaluative
Exposure bias value : -0.67EV
ISO Speed : 100
 
“Modern” การใช้เลนส์ที่ไม่ใช่เลนส์มุมกว้าง จะทำให้สถาปัตยกรรมนั้นไม่บิดเบี้ยวดูโดดเด่นอย่างสง่างาม เพียงแต่อาจจะมีข้อจำกัดในเรื่องของสถานที่ถ่ายภาพที่ต้องมีอาณาบริเวณกว้างพอให้เราถอยหลังเพื่อเก็บความใหญ่โตของสถาปัตยกรรมนั้นได้ทั้งหมด
Focal Length : 50 mm.
Shooting Mode : Aperture-Priority AE
Aperture Value : f/8
Shutter Speed : 1/250 sec.
Metering Mode : Evaluative
Exposure bias value : -0.50EV
ISO Speed : 100

 

ผลพลอยได้จากช่วงเวลาเช้าหรือเย็นที่ทำให้แสงเฉียงจนเกิดความเปรียบต่างในด้านลวดลายของสถาปัตยกรรมแล้ว ช่วงเวลาดังกล่าวจะเป็นช่วงที่มีอุณหภูมิแสงต่ำทำให้แสงออกไปทางโทนสีอุ่น ซึ่งจะเหมาะมากๆกับการถ่ายภาพสถาปัตยกรรมที่มีส่วนผสมของสีทองมาก เพราะจะทำให้สีทองเหลืองอร่ามน่าดูขึ้นอีกเยอะ ยิ่งถ้าใครที่ใช้กล้องดิจิตอลแล้วปรับ White Balance เป็นแบบ Daylight ก็ยิ่งทำให้ความเพี้ยนของภาพออกไปในโทนสีเหลืองทองมากขึ้น นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับการตั้ง White Balance เข้าช่วยที่ทำให้ภาพดูสีเพี้ยนแต่ได้ภาพสวยด้วยอารมณ์แสงและสีอย่างที่ตาเรามองไม่สวยเท่า

ทิศทางแสงจากด้านหน้า (Front Light) ดูเหมือนจะไม่ค่อยเหมาะกับการถ่ายภาพสถาปัตยกรรมนักอย่างที่กล่าวในข้างต้นแล้ว แต่สถาปัตยกรรมบางแห่งที่มีแต่ความราบเรียบแล้วใช้ศิลปด้านจิตรกรรมแทน ทิศทางแสงด้านหน้าจะช่วยเน้นให้เห็นรายละเอียดของจิตรกรรมได้เป็นอย่างดี เพียงแต่ต้องระวังในเรื่องการสะท้อนไว้บ้าง เพราะวัตถุที่มีความเรียบและมีความมันมักจะสะท้อนแสงได้เป็นอย่างดี วิธีการแก้ไขก็อาจจะต้องหลบเลี่ยงไปถ่ายภาพในแนวเฉียง หรือถ้าต้องการถ่ายภาพแนวตรงก็ควรใส่ฟิลเตอร์โพลาไรซ์เพื่อผลของการตัดแสงสะท้อนซะหน่อย

 

 เทคนิคการถ่ายภาพสถาปัตยกรรม  เทคนิคการถ่ายภาพสถาปัตยกรรม
“Paragon” การตัดส่วนเอาเพียงบางส่วนของสถาปัตยกรรม จะช่วยเน้นให้เห็นจุดเด่นของสถาปัตยกรรมนั้นได้เป็นอย่างดี แต่กับการเอียงกล้องแบบนี้อยู่ที่ความตั้งใจสร้างความแปลกตาเท่านั้น

Focal Length : 35 mm.
Shooting Mode : Aperture-Priority AE
Aperture Value : f/8
Shutter Speed : 1/500 sec.
Metering Mode : Evaluative
Exposure bias value : -0.50EV
ISO Speed : 200
“แสงเงา” ภาพที่เน้นเอาเฉพาะให้เห็นแสงและเงาจากทิศทางแสงเฉียงข้าง

Focal Length : 35 mm.
Shooting Mode : Aperture-Priority AE
Aperture Value : f/8
Shutter Speed : 1/200 sec.
Metering Mode : Evaluative
Exposure bias value : -0.50EV
ISO Speed : 200
 

 

ในเรื่องข้อจำกัดเรื่องของการถ่ายภาพสถาปัตยกรรมนั้น อาจจะมีความเป็นไปได้เพราะเราไม่สามารถปรับเปลี่ยนหรือโยกย้ายสถาปัตยกรรมนั้นให้หันไปตามทิศทางของแสงที่เหมาะสม นักถ่ายภาพควรต้องหาช่วงเวลาที่เหมาะสมเอง หรือขยับตัวหามุมมองที่ทำให้เกิดแสงเงาได้อย่างสวยงาม นี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราต้องรู้ว่า สถาปัตยกรรมที่เราจะไปถ่ายภาพนั้นจะสวยงามที่สุดในช่วงเวลาไหน บางครั้งเราไปถ่ายภาพสถาปัตยกรรมที่เดียวกัน แห่งเดียวกัน แต่คนละช่วงเวลาภาพที่ได้ก็จะมีอารมณ์ที่แตกต่างกัน ยิ่งถ้าต่างฤดูกาลด้วยแล้ว ทิศทางของแสงที่เปลี่ยนองศาไปก็จะทำให้สถาปัตยกรรมมีความสวยงามแตกต่างกันออกไปด้วย อย่างเช่นการถ่ายภาพวัดหรืออุโบสถ ผู้สร้างส่วนใหญ่จะให้หันหน้าไปทางทิศตะวันออกความสวยงามของวัดจะต้องเป็นแสงในช่วงเช้า ซึ่งถ้าเราไปในฤดูกาลที่วัดหรืออุโบสถหันหน้าไปพอดีกับทิศทางแสง ภาพสถาปัตยกรรมที่ได้จะขาดมิติลงไปเพราะแสงจะส่องเข้ามาตรงๆ แต่ถ้าเราไปในฤดูกาลอื่นที่ทิศทางแสงเริ่มเฉียงไปบ้าง ภาพวัดหรืออุโบสถนั้นก็จะแสดงลวดลายของสถาปัตยกรรมอันสวยงามจากแสงที่เฉียงด้านข้างออกไปนี่เอง

นอกจากทิศทางแสงที่เป็นพระเอกสำหรับการถ่ายภาพสถาปัตยกรรมแล้ว ตัวแสดงประกอบอื่นๆก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะภาพที่สวยงามนั้นนอกจากมีแสงอย่างเป็นศิลปะแล้วองค์ประกอบภาพในเรื่องอื่นๆจะช่วยสร้างภาพสถาปัตยกรรมให้ดูน่าสนใจมากขึ้นด้วย สิ่งที่ละเลยเสียไม่ได้ก็คือ “การสร้างมิติที่สามให้ภาพ” ซึ่งก็เคยแนะนำกันมาบ้างแล้ว แต่สำหรับภาพสถาปัตยกรรมนั้นการสร้างมิติที่สามด้วยกรอบภาพ ดูเหมือนจะเป็นที่นิยมกันมาก ไม่ว่าจะเอาฉากหน้าเป็นต้นไม้ กิ่งไม้ หรือใบไม้ หรือไม่ก็อาจจะเป็นกรอบหน้าต่าง กรอบประตู ก็ล้วนแล้วแต่เป็นการวางองค์ประกอบภาพที่ช่วยเสริมสร้างให้ภาพสถาปัตยกรรมนั้นมีความสวยงามโดดเด่นมากขึ้น ในเรื่องของการวางภาพแบบสมดุลก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่พวกเรานำมาใช้ในการถ่ายภาพสถาปัตยกรรมกันด้วย อาจจะเป็นเพราะว่าหากสถาปัตยกรรมนั้นต้องการแสดงความเด่นเป็นสง่า พวกเราก็จะวางองค์ประกอบของจุดเด่นเอาไว้กลางภาพ แล้วนำเอาเรื่องของกรอบภาพ, เส้นนำสายตา หรือฉากหน้าที่พ้นระยะชัดลึกเข้าช่วย

 เทคนิคการถ่ายภาพสถาปัตยกรรม  เทคนิคการถ่ายภาพสถาปัตยกรรม
“สถาปัตยกรรมล้านนา” บางส่วนของสถาปัตยกรรมเป็นอีกหนึ่งความคิดที่แสดงให้เห็นถึงลวดลายอันวิจิตรบรรจง

Focal Length : 135 mm.
Shooting Mode : Aperture-Priority AE
Aperture Value : f/5.6
Shutter Speed : 1/500 sec.
Metering Mode : Evaluative
Exposure bias value : -0.50EV
ISO Speed : 100
 
 
“พระธาตุดอยกองมู” สถาปัตยกรรมแบบนี้ต้องระวังในเรื่องของการวัดแสงด้วย ด้วยความที่เป็นสีขาวจะสะท้อนแสงมากกว่าปกติ ภาพที่ได้อาจจะมืดทึมลงไปหากเราไม่ได้ชดเชยแสงให้ Over ไว้บ้าง

Focal Length : 18 mm.
Shooting Mode : Aperture-Priority AE
Aperture Value : f/11
Shutter Speed : 1/125 sec.
Metering Mode : Evaluative
Exposure bias value : +0.50EV
ISO Speed : 100

การใช้เทคนิคต่างๆที่กล่าวมาแล้วเพื่อสร้างมิติที่สามให้ภาพนั้น พยายามอย่าให้ส่วนประกอบเหล่านี้เป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ในภาพ เพราะจะทำให้จุดเด่นของภาพซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมนั้นจะลดความโดดเด่นลงไป เช่น การนำต้นไม้ใบไม้มาเป็นฉากหน้าจนเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ในภาพ ก็อาจจะทำให้ความเด่นตกไปอยู่กับต้นไม้ใบไม้ก็ได้ หรือการให้เส้นนำสายตาเป็นถนน ทางเดิน ซึ่งมีพื้นที่ที่ใหญ่นำไปสู่สถาปัตยกรรมซึ่งอยู่ห่างไกลออกไปจนดูเหมือนจะเล็กจนแทบไม่ใช่จุดเด่นของภาพ เรื่องต่างๆเหล่านี้หากเราต้องการเน้นในเรื่องของการถ่ายภาพสถาปัตยกรรมจริงๆ ก็ควรให้สถาปัตยกรรมนั้นใหญ่ด้วยขนาดเพื่อให้ดูสะดุดตาดีกว่า ยกเว้นเสียแต่ว่าเราจะเอาสถาปัตยกรรมนี้เป็นตัวเล่าเรื่องก็อาจจะละเลยกฎเกณฑ์นี้ไปได้บ้าง

ในเรื่องของการใช้อุปกรณ์ถ่ายภาพนั้นจะใช้เลนส์มุมกว้างหรือเลนส์มุมแคบ ก็อยู่ที่จุดประสงค์ของการถ่ายภาพของเราหากต้องการให้สถาปัตยกรรมนั้นตั้งตรง ดูสง่างาม ไม่บิดเบี้ยว การใช้เลนส์ที่มีองศามากกว่าสายตาคนคือตั้งแต่ 50 มม. ขึ้นไป ก็จะทำให้ความเพี้ยนของสถาปัตยกรรมนั้นลดน้อยลง เพียงแต่ว่าสถานที่ในการถ่ายภาพนั้นจะต้องมีอาณาบริเวณกว้างมากๆซะหน่อย เพื่อให้เราสามารถถ่ายภาพได้จากระยะไกล ในอดีตนักถ่ายภาพสถาปัตยกรรมพวกนี้จะนิยมใช้กล้องใหญ่ (Large Format) เพราะสามารถปรับระนาบฟิล์มแก้ไขไม่ให้ผิดเพี้ยนได้โดยยังคงสามารถถ่ายภาพในระยะใกล้ได้มากการใช้เลนส์เทเลโฟโต้ หากเราจำเป็นต้องถ่ายภาพในพื้นที่อันจำกัดแล้วต้องการให้สถาปัตยกรรมนั้นไม่เพี้ยนบิดเบี้ยวมากนัก ให้เราพยายามถ่ายภาพในตำแหน่งกึ่งกลางของสถาปัตยกรรมให้ได้ วิธีการนี้หากเรายังคงใช้เลนส์มุมกว้างมากๆสถาปัตยกรรมนั้นก็ยังผิดเพี้ยนแบบป่องตรงกลาง แต่ถ้าใช้เลนส์ไม่ต่ำกว่า 35 มม. สถาปัตยกรรมนั้นก็พอจะดูว่าผิดเพี้ยนน้อยลงไปเยอะ

สำหรับใครที่ต้องการความแปลก ความผิดเพี้ยนจากเลนส์ก็มักจะนิยมใช้เลนส์มุมกว้างมากๆ แล้วเดินเข้าไปใกล้ๆสถาปัตยกรรมนั้น สิ่งที่อยู่ใกล้เลนส์จะใหญ่กว่าสิ่งที่อยู่ไกลเลนส์ ความผิดเพี้ยนจากสายตาคนปกติก็จะช่วยสร้างมิติของภาพให้ดูน่าสนใจกันมากกว่ามุมมองปกติที่พวกเราเห็นๆกัน

 เทคนิคการถ่ายภาพสถาปัตยกรรม  เทคนิคการถ่ายภาพสถาปัตยกรรม
“เงาอดีต” บางครั้งการใช้เงาสะท้อนก็เป็นการล้อเลียนที่ทำให้ภาพดูน่าสนใจมากขึ้น

Focal Length : 17 mm.
Shooting Mode : Aperture-Priority AE
Aperture Value : f/5.6
Shutter Speed : 1/90 sec.
Metering Mode : Evaluative
Exposure bias value : -0.50EV
ISO Speed : 100
“พระเจดีย์บนยอดดอย” แสงเฉียงข้างแสดงให้เห็นมิติของสถาปัตยกรรมได้อย่างชัดเจน

Focal Length : 105 mm.
Shooting Mode : Aperture-Priority AE
Aperture Value : f/8
Shutter Speed : 1/180 sec.
Metering Mode : Evaluative
Exposure bias value : -0.50EV
ISO Speed : 200

 

ในเรื่องของรูรับแสงนั้นส่วนใหญ่นิยมถ่ายภาพด้วยรูรับแสงค่อนข้างแคบ เพื่อควบคุมระยะชัดลึกของสถาปัตยกรรมนั้นให้ชัดทั้งหมด โดยส่วนตัวแล้วจะดูก่อนว่าเราจะใช้เลนส์อะไรถ่ายภาพ หากเราใช้เลนส์มุมกว้างมากๆ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้รูรับแสงแคบมากก็ได้ เพราะองศาเลนส์มุมกว้างจะทำให้ภาพมีระยะชัดลึกสูงอยู่แล้ว ปกติจะเปิดรูรับแสงอยู่ที่ประมาณ f/5.6 หรือ f/8 นานๆครั้งจะเปิดที่ f/11-f/16 ซักที โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าจำเป็นต้องใส่ฟิลเตอร์โพลาไรซ์ด้วยแล้ว การสูญเสียแสงถึง 2 Stop แล้วยังเปิดรูรับแสงแคบๆอีก อาจจะทำให้ได้ค่าความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำจนไม่สามารถถือกล้องให้หยุดนิ่งได้ ภาพจึงขาดความคมชัดจากความสั่นไหวนี่เอง

จากทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่หลักเกณฑ์ง่ายๆสำหรับการนำไปถ่ายภาพสถาปัตยกรรมกัน ก็ขอเน้นหนักกันในเรื่องของทิศทางแสง ส่วนในเรื่องอื่นๆนั้นก็ต้องค่อยหามุมมองในการแต่งเติมให้ภาพสถาปัตยกรรมของเราดูน่าสนใจและแปลกตาจากคนอื่นๆ คิดว่าแนวทางนี้จะช่วยให้พวกเราถ่ายภาพสถาปัตยกรรมอย่างมีหลักเกณฑ์กันมากขึ้น

Comments

6 Responses to “เทคนิคการถ่ายภาพสถาปัตยกรรม”

  1. ต้นแพร on December 24th, 2008 4:14 am

    ชอบมากๆ ครับ

    ขอให้มีบทความแบบนี้ไปเรื่อยๆ นะครับ

    จะคอยติดตามและเป็นกำลังใจให้

  2. admin on December 24th, 2008 7:01 am

    ขอบคุณครับ ทุกๆ comment ของท่านจะเป็นกำลังใจให้เรามุ่งมั่นทำงานกันต่อไปครับ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกๆท่านจะได้ความรู้และนำไปฏิบัติได้จริง

  3. วิรัช ชะเอมพงศ์ on January 3rd, 2009 10:24 pm

    เป็นบทความที่ดีมากครับ ขอเป็นกำลังใจให้สร้างสรรค์บทความดีๆแบบนี้อีกนะครับ

  4. jay on January 6th, 2009 5:46 pm

    เป็นบทความที่ดีมากครับ ถ้ามีโอกาสผมคงได้มาร่วมกิจกรมมกับทางเวปแน่นอนครับ

  5. Creativedox on September 10th, 2009 10:14 am

    ขอบคุณมากเลยนะครับ เป็นบทความที่ดีมากครับ

    ผมจะจดจำและนำไปใช้ ปรับปรุงการถ่ายภาพของผมให้ดีขึ้นนะครับ

    เป็นกำลังใจให้ทีมงานนะครับ

  6. บลูม่า on December 24th, 2009 9:28 am

    ขอบคุณมากๆ สำหรับความรู้ดีๆที่มีให้ จะจด ละก้จำ เอาไปใช้ ขอบคุณและขอเป็นกำลังใจให้ทีมงานทุกคน อีกครั้งค่ะ