มุมมองศิลปะแห่งภาพวิวทิวทัศน์ ตอน 1

November 28, 2008

ภาพวิวทิวทัศน์หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Landscape เป็นแนวการถ่ายภาพที่นักถ่ายภาพทุกระดับชั้นต้องผ่าน การถ่ายภาพแนวนี้มาแล้วทั้งนั้น แล้วแรงบันดาลใจที่ทำให้ก้าวเข้าสู่วงการถ่ายภาพอย่างจริงๆจังๆของหลายๆคนที่เป็นยอดฝีมืออยู่ในขณะนี้ ก็มาจากการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์นี่เอง ภาพวิวทิวทัศน์ที่ดูดี ดูสวยงาม เค้าถ่ายภาพกันอย่างไรบ้าง ? และมีวิธีการอย่างไรบ้าง? เราลองมาดูกัน 

ภาพวิวทิวทัศน์ ภาพวิวทิวทัศน์

ลักษณะภาพย้อนแสงแบบนี้จะเห็นได้ว่า ใบไม้จะมีความโปร่งและวางอยู่บนฉากหลังที่มีความทึบ วิธีการนี้จะทำให้จุดเด่นของภาพดูโดดเด่นมากขึ้น อีกทั้งยังใช้เงาของต้นไม้มาช่วยสร้างมิติที่สามของภาพในเรื่องของเส้นนำสายตา ภาพนี้จึงหลอกมิติเหมือนกับมีความใกล้และไกล

Lens : 17-40 mm.
Focal Length : 17 mm.
Aperture : f/11
Shutter Speed : 1/60 sec.
With Polarize Filter
Metering Mode : 35-zone Evaluative
Exposure bias value : -1.00EV

ISO Speed : 100

  

เลนส์เทเลโฟโต้ก็สามารถถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ได้ดีเช่นกัน ภาพนี้ใช้ทิศทางแสงย้อนตรงเข้ากล้องอีกเหมือนกัน จะเห็นได้ว่าบริเวณขอบของใบไม้จะมีแสงริมไลท์ตัดขอบให้เห็นเด่นชัด ยิ่งได้สายหมอกอ่อนยามเย็นมาช่วยสร้างมิติของภาพอีกแรง ภาพนี้จึงน่าสนใจมากขึ้น อีกเรื่องที่อยากให้สังเกตเห็นกันก็คือ ภาพนี้แสงจะตกลงบนวัตถุที่แตกต่างกัน โดยกำหนดให้จุดเด่นได้รับแสงมีพื้นที่มากกว่าจุดรองที่เป็นเงามืด จุดเด่นจึงโดดเด่นอย่างที่ต้องการ

Lens : 70-200 mm.
Focal Length : 150 mm.
Aperture : f/8
Shutter Speed : 1/30 sec.
With Polarize Filter
Metering Mode : 35-zone Evaluative
Exposure bias value : -1.00EV
ISO Speed : 100

การถ่ายภาพก็คือการวาดภาพด้วยแสง ดังนั้นแสงจึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างสรรค์งานศิลปะการถ่ายภาพ แล้ว การถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ต้องพึ่งแสงเป็นอย่างมากในการสร้างภาพ โดยเฉพาะแสงจากดวงอาทิตย์ ถือว่าเป็นแหล่งกำเนิดแสงที่มีความสำคัญมากๆจนขาดมิได้ 

องค์ประกอบของการสร้างภาพถ่ายวิวทิวทัศน์งามหยดย้อยนั้น มีองค์ประกอบต่างๆมากมาย อย่างแรกที่เกริ่นนำไปแล้ว นั้นก็คือเรื่องของแสง จากนั้นก็เป็นเรื่องของมุมมอง การจัดวางองค์ประกอบ การสื่อถึงเรื่องราวในภาพ การสร้างจุดเด่น/ จุดรอง เรื่องของการสร้างมิติที่สามให้ภาพทั้งหลอกลวงด้วยระยะชัดลึกหรือด้วยเส้นนำสายตา จนมาสู่การกำหนดให้เกิด ระยะใกล้-ระยะกลาง-ระยะไกล สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนแต่เป็นเรื่องราวที่นำมาประกอบกันเพื่อให้ได้มาซึ่งการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ให้สวยงามได้ 

ภาพวิวทิวทัศน์ ภาพวิวทิวทัศน์

ภาพน้ำตกในสภาพย้อนแสง จะเห็นได้ว่าสายน้ำดูสดใสเพราะตัดกับฉากหลังซึ่งมีสีเข้ม อีกทั้งยังได้เงาจากใบไม้และต้นไม้ลงมาตกกระทบทำให้สายน้ำที่ได้รับแสงดูไม่ขาวโพลนจนเกินไป ความสัมพันธ์ของความเร็วชัตเตอร์ที่เหมาะสมก็จะเห็นสายน้ำเป็นเส้นสายของความเคลื่อนไหวแบบนี้แหละ

Lens : 70-200 mm.
Focal Length : 180 mm.
Aperture : f/11
Shutter Speed : 1/10 sec.
With Polarize Filter
Metering Mode : 35-zone Evaluative
Exposure bias value : -1.00EV
ISO Speed : 100
 
 
 

สภาพน้ำตกแบบย้อนแสงอีกเช่นกัน อีกมุมมองนึงที่แสดงให้เห็นว่าสายน้ำเมื่อย้อนแสงแล้วจะน่าดูแปลกตากว่าการถ่ายภาพตามแสงมาก พยายามหามุมมองที่เห็นเงาของต้นไม้ตกกระทบทอดลงมาด้วย จะทำให้เห็นเหมือนกับมีลำแสงพุ่งออกมาแบบนี้

Lens : 70-200 mm.
Focal Length : 200 mm.
Aperture : f/11
Shutter Speed : 1/15 sec.
With Polarize Filter
Metering Mode : 35-zone Evaluative
Exposure bias value : -1.00EV
ISO Speed : 100
 
 
 
 

คราวนี้เรามาเริ่มอย่างแรกกันก่อนเลยดีกว่า ในเรื่องของ “แสง (Lighting)” แสงนั้นมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง เพราะแสงจะเป็นตัวกำหนดอารมณ์ของภาพ แสงเป็นตัวสร้างสีสันให้ภาพ แสงเป็นตัวสร้างมิติที่สามให้ภาพ และแสงยัง เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างปรากฏการณ์ที่ดูแปลก สวยงาม ตรึงตาตรึงใจได้อีกด้วย 

เรื่องราวของการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ยังมีอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่ององค์ประกอบภาพ การสร้างมิติที่สามให้ภาพ รวม ไปถึงการถ่ายภาพโครงทึบ (Silhouette) ที่ถูกต้องนั้นเราจะถ่ายภาพกันอย่างไร คราวต่อไปจะหยิบมาเล่า ให้ฟัง ยังไงก็อย่าพึ่งเบื่อกันซะก่อนหละ และก็จะขอเน้นย้ำกันอีกว่าการจะได้ภาพสวยๆโดยเฉพาะภาพวิวทิวทัศน์นั้น เรา ต้องหมั่นออกถ่ายภาพกันบ่อยๆ เราก็จะมีมากดีๆมาชื่นชมมากมาย ร้อนนี้ขอให้ถ่ายภาพกันอย่างสนุกสนานก็แล้วกันนะ

ภาพวิวทิวทัศน์ ภาพวิวทิวทัศน์
ภาพย้อนแสงกันตรงโดยสังเกตได้จากเงาที่ทอดเข้าหากล้อง ภาพในขณะที่ดวงอาทิตย์ลอยขึ้นสูงมากแล้ว หากเราถ่ายภาพย้อนแสงตรงๆจะเกิดอาการแสงแฟร์ได้ การถ่ายภาพจึงต้องอยู่ในเงาร่มของต้นไม้ใบไม้

Lens : 17-40 mm.
Focal Length : 40 mm.
Aperture : f/5.6
Shutter Speed : 1/120 sec.
Metering Mode : 35-zone Evaluative
Exposure bias value : -1.00EV
ISO Speed : 400
 
 
 
 
ในสภาพแสงนุ่มนวลแบบนี้การวัดแสงไม่ยุ่งยากมากนัก พื้นที่สีเขียวของใบไม้คือพื้นที่ที่มีการสะท้อนแสงใกล้เคียงกับ 18% มาก ทำให้เราวัดแสงกันได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ภาพนี้แสดงให้เห็นถึงอารมณ์ที่แตกต่างระหว่างสายน้ำที่มีความเคลื่อนไหวกับโขดหินและใบไม้ที่มีความหยุดนิ่ง

Lens : 70-200 mm.
Focal Length : 135 mm.
Aperture : f/11
Shutter Speed : 1/8 sec.
With Polarize Filter
Metering Mode : 35-zone Evaluative
Exposure bias value : 0.00EV
ISO Speed : 100
 
 

ถ้าเราตัดเรื่องการสร้างมิติที่สามให้ภาพด้วยสี, ด้วยเส้น, ด้วยระยะชัดลึก และอีกหลายๆเรื่องออกไป แล้วเราต้องถ่าย ภาพในช่วงกลางวันแบบนี้หละ ? เราก็สมควรหลบร่มหาที่ถ่ายภาพในร่มจะดีกว่าไหม ? หากว่าวิวทิวทัศน์ที่เราไป ถ่ายภาพนั้นมีสถานที่ที่ร่มรื่น เช่นสภาพป่าเขา หรือสายธารในป่าโปร่ง ลักษณะแบบนี้จะทำให้เกิดแสงที่นุ่มนวล คล้ายกับ แสงจากหน้าต่างเวลาเราถ่ายภาพ Portrait นั่นแหละ แสงในลักษณะนี้จะมีความเปรียบต่างต่ำมาก การวัดแสง ก็ไม่ค่อยยุ่งยาก เพียงแต่ความน่าสนใจจะลดน้อยลงไปเพราะขาดความเปรียบต่างของแสงนี่เอง ดังนั้นเรื่อง Location เรื่องมุมมอง เรื่องการวางองค์ประกอบภาพ จึงเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นเรื่อง สำคัญยิ่งกว่าเรื่องแสงซะอีก

ภาพวิวทิวทัศน์ ภาพวิวทิวทัศน์
เป็นภาพย้อนแสงของสวนดอกไม้ ที่ต้องการแสดงให้เห็นถึงความสดใสของดอกไม้ จึงเลือกทิศทางแสงย้อนตรงๆเข้าหากล้อง ภาพนี้มีมุมมองที่ทำให้รอบๆข้างของจุดเด่นได้รับแสงที่มืดกว่า จุดเด่นจึงมีความโดดเด่นกว่า ภาพนี้จุดเด่นจึงมีความโดดเด่นในเรื่องของแสงและเรื่องของสีอย่างเด่นชัด

Lens : 17-40 mm.
Focal Length : 40 mm.
Aperture : f/8
Shutter Speed : 1/60 sec.
With Polarize Filter
Metering Mode : 35-zone Evaluative
Exposure bias value : -1.00EV
ISO Speed : 100
จุดชมวิวพะเนินทุ่งหากใครได้เคยไปเยี่ยมเยือนมาแล้วจะเห็นว่าภาพนี้เราถ่ายภาพตามแสงเต็มๆเลย ภาพจะขาดมิติของแสงได้ แต่ความโชคดีของจุดชมวิวซึ่งอยู่บนยอดเขาอีกลูกนั้น ไปบดบังบางส่วนของพื้นที่ที่เราจะถ่ายภาพ เราจึงเห็นว่าภาพนี้จุดเด่นได้รับแสงในขณะที่จุดรองไม่ได้รับแสง

Lens : 70-200 mm.
Focal Length : 200 mm.
Aperture : f/8
Shutter Speed : 1/250 sec.
With Polarize Filter
Metering Mode : 35-zone Evaluative
Exposure bias value : -1.00EV
ISO Speed : 100

 

เมื่อแนะนำให้ถ่ายภาพย้อนแสงกับภาพวิวทิวทัศน์กันแล้ว ก็ลืมไม่ได้เลยที่จะมาแนะนำเรื่องการวัดแสง เพราะการถ่าย ภาพย้อนแสงการวัดแสงมันจะต้องมีเทคนิคพิเศษกว่าแสงธรรมดาๆ เพราะภาพย้อนแสงจะมีความเปรียบต่างของแสงมาก หากวัดแสงผิดที่ผิดทางแล้ว อาจจะได้ภาพที่ Over หรือ Under เกินกว่าความต้องการได้ อันดับแรกเลยเราจะ ต้องจัดองค์ประกอบของภาพให้ลงตัวก่อนว่าจะเอาส่วนสว่างของภาพกับส่วนมืดของภาพมีสัดส่วนต่างกันมากน้อยแค่ไหน ? หากเราต้องการให้มีส่วนมืดของภาพมากกว่า เราควรจะชดเชยแสงไปในทาง Under แต่จะให้ Under มากหรือน้อยนั้นก็แล้วแต่การเลือกใช้ระบบวัดแสง ทำไมต้องให้ Under หละ อย่างที่บอกมาข้างต้นแล้วว่า ภาพย้อน แสงนั้นหากเราต้องการให้จุดเด่นของภาพมีความโปร่งใสก็ควรให้ฉากหลังมีสีเข้ม (สีเข้มไม่ได้หมายความว่าต้องเป็น สีดำเสมอไป) ดังนั้นเมื่อพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสีเข้ม การชดเชยแสงก็ต้องชดเชยไปในทาง Under เพื่อให้ได้ค่าแสงที่ ถูกต้อง แต่ถ้าหากว่าเราให้พื้นที่ของส่วนสว่าง (High Light) เป็นส่วนใหญ่ของภาพ เราก็ต้องชดเชยแสงไป ทาง Over เพื่อให้ได้ความแสงที่ถูกต้อง

ภาพวิวทิวทัศน์ ภาพวิวทิวทัศน์
แสงตกลงเป็นย่อมๆอีกแล้ว ภาพในลักษณะนี้ต้องพึ่งธรรมชาติมาช่วยสร้างสรรค์ด้วย เพราะต้องให้ก้อนเมฆลอยมาบนบังแสงบางส่วน จากนั้นก็เป็นเรื่องของเราที่ต้องหาจุดเด่นและวางองค์ประกอบของภาพให้น่าดู

Lens : 70-200 mm.
Focal Length : 200 mm.
Aperture : f/8
Shutter Speed : 1/90 sec.
With Polarize Filter
Metering Mode : 35-zone Evaluative
Exposure bias value : -1.00EV
ISO Speed : 100

ลักษณะของแสงตกลงเป็นย่อมๆแบบนี้น่าสนใจมากหากเราต้องไปถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ที่มีแต่ความราบเรียบเป็นส่วนใหญ่ เพราะส่วนที่ได้รับแสงจะมีสีสันและความสดใสมากกว่าส่วนที่ไม่ได้รับแสง
Lens : 135 mm.
Focal Length : 135 mm.
Aperture : f/5.6
Shutter Speed : 1/60 sec.
With Polarize Filter
Metering Mode : Center-Weighted
Exposure bias value : -1.00EV
ISO Speed : 50

สำหรับการถ่ายภาพย้อนแสงนั้นนอกจากเราจะใช้เทคนิคแสงเงาอย่างที่บอกมาแล้ว เราก็อาจจะถ่ายภาพในมุมมองที่ดูแล้ว แสงตกลงบนบางส่วนของภาพที่ไม่เท่ากัน โดยพยายามหามุมมองที่ให้แสงส่องลงบนส่วนที่เราต้องการให้เป็นจุดเด่นของ ภาพ ภาพในลักษณะนี้บางคนถ่ายภาพออกมาแล้วภาพดูกระดำกระด่าง เพราะแต่ละพื้นที่ในภาพเป็นจุดๆดวงๆเต็มไป หมด วิธีการหามุมมองกับแสงในลักษณะนี้เราจะต้องหาตำแหน่งของแสงที่ส่องลงเป็นส่วนใหญ่และส่วนที่แสงส่องนั้นเรา เอามาเป็นจุดเด่นของภาพ จากนั้นเราก็ต้องหาตำแหน่งของแสงที่ส่องลงในส่วนอื่นๆในภาพให้มีขนาดที่เล็กลง ลักษณะ ภาพแบบนี้เป็นการเน้นจุดเด่นด้วยขนาด ก็หมายถึงว่าในภาพนี้จุดเด่นเราให้มีตำแหน่งแสงตกลงเป็นส่วนใหญ่ จุดเด่น ของภาพก็จะมีขนาดใหญ่ในขณะเดียวกันตำแหน่งแสงที่ตกลงในตำแหน่งอื่นๆอีกเล็กๆน้อยๆนั้น ก็จะเป็นเพียงจุดรองเพื่อ เสริมเรื่องราวและอารมณ์ให้กับจุดเด่นเท่านั้น เพราะหากว่าเราให้แสงส่องลงเท่าๆกันหมดเราก็หาจุดเด่นของภาพไม่ได้ และภาพก็จะดูกระดำกระด่างเป็นดวงๆไม่น่าดูอย่างยิ่ง

ภาพวิวทิวทัศน์
 ลักษณะไม่ใช่ภาพโครงทึบเพราะมีบางส่วนยังเห็นรายละเอียด แต่ดูแล้วก็เฉียดที่จะเรียกเป็นภาพโครงทึบได้เช่นกัน จะเห็นว่าดวงอาทิตย์ถูกซ่อนอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ ข้อดีก็คือแสงไม่แฟร์เข้าเลนส์แน่นอน พร้อมกับได้เห็นสายหมอกพุ่งลอดช่องต้นไม้มาพร้อมๆกับแสงแดด จึงเกิดเป็นลำแสงสวยๆอย่างที่เห็น

Lens : 17-40 mm.
Focal Length : 17 mm.
Aperture : f/11
Shutter Speed : 1/30 sec.
Metering Mode : 35-zone Evaluative
Exposure bias value : -1.00EV
ISO Speed : 100

 Pooh

Comments

4 Responses to “มุมมองศิลปะแห่งภาพวิวทิวทัศน์ ตอน 1”

  1. มุมมองศิลปะแห่งภาพวิวทิวทัศน์ ตอน 3 | BLOG [in] TREND : เว็บบล็อกดี ๆ ที่ อินเทรนด์ on December 11th, 2008 11:42 pm

    [...] มุมมองศิลปะแห่งภาพวิวทิวทัศน์ ตอน 1 ภาพวิวทิวทัศน์หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Landscape เป็นแนวการถ่ายภาพที่นักถ่ายภาพทุกระดับชั้นต้องผ่านการถ่ายภาพแนวนี้มาแล้วทั้งนั้น องค์ประกอบของการสร้างภาพถ่ายวิวทิวทัศน์ให้สวยงามนั้น มีองค์ประกอบต่างๆมากมาย อย่างแรกก็คือเรื่องของแสง จากนั้นก็เป็นเรื่องของมุมมอง การจัดวางองค์ประกอบ การสื่อถึงเรื่องราวในภาพ การสร้างจุดเด่น/… [...]

  2. norrapat on April 28th, 2009 9:14 pm

    ได้ความรู้เยอะมากเลยครับ ผมได้พัฒนาฝีมือต่อไปครับ

  3. norrapat on April 28th, 2009 9:23 pm

    ได้ความรู้มากมายเลยครับ

  4. pisit on November 18th, 2009 7:44 pm

    ขออนุญาตเก็บเข้าคลังนะครับ