Portrait กับงานถ่ายภาพ
January 18, 2009
การถ่ายภาพบุคคลถือเป็นศิลปะการถ่ายภาพที่ต่อเนื่องมาจากการวาดภาพในอดีต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแสง เรื่องขององค์ประกอบภาพ เรื่องของลีลาท่าทาง รวมไปถึงการสื่อแสดงให้เห็นถึงเรื่องราว ความนิยม และวิถีชีวิตในแต่ละยุคสมัย นักถ่ายภาพบุคคลจะต้องเกี่ยวข้องกับตัวบุคคลมากหน้าหลายตาหลากหลายบุคลิก จึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยที่เราจะถ่ายทอดอารมณ์จากบุคคลแต่ละคนให้ได้สวยงามมีศิลปะ
จากครั้งก่อนๆที่เคยแนะนำเรื่องการถ่ายภาพบุคคลด้วยแสงธรรมชาติทั้งแบบ Indoor และ Outdoor มาแล้วนั่นเป็นจุดเริ่มของการฝึกใช้อุปกรณ์ เรียนรู้การดูแสงเงา สร้างความชำนาญจากชั่วโมงบินที่มากขึ้นด้วยการทดลองทดสอบถ่ายภาพกันบ่อยๆ เมื่อมีความชำนาญจนมองทะลุปรุโปร่งแล้วว่าการถ่ายภาพบุคคลเพื่อให้สามารถถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างความตั้งใจนั้นต้องทำอย่างไรบ้าง ก็มาถึงจุดประสงค์ของการถ่ายภาพบุคคลกับงานด้านต่างๆ ซึ่งในคราวนี้จะขอแนะนำเพียงการถ่ายภาพในงานพิธีกับการถ่ายภาพเพื่อนำภาพไปใช้งานด้านอื่นต่อไป
ในการถ่ายภาพงานพิธีต่างๆนั้นแน่นอนเลยว่านักถ่ายภาพที่มีฝีไม้ลายมือในการถ่ายภาพ Portrait อย่างสวยงามย่อมเป็นที่ต้องการของบุคคลทุกคนแน่นอน เพราะไม่ว่าสภาพดินฟ้าอากาศจะเป็นอย่างไรย่อมต้องได้ภาพดีๆให้เห็นเป็นแน่แท้ โดยเฉพาะการถ่ายภาพ Portrait ที่ต้องใช้แสงจากธรรมชาติด้วยแล้วหากโดนฟ้าดินลงโทษเมื่อไหร่ การได้ภาพสวยนั้นจะต้องอาศัยเทคนิคและวิธีการอันสูงส่ง ซึ่งบทสรุปที่ได้จากเรื่องนี้ก็มาจากการออกถ่ายภาพบ่อยๆย่อมต้องผ่านสถานการณ์มากหมายเมื่อนั้นเราจึงสามารถถ่ายภาพ Portrait ได้สวยงามดังใจในทุกสถานการณ์
หากเราต้องรับถ่ายภาพในงานพิธีแล้วอย่างแรกที่เราต้องทำเลยก็คือ การวางแผนที่รัดกุม เมื่อเราไม่แน่ใจในแสงธรรมชาติควรมีแผนหนึ่งแผนสองไว้รองรับ แผนแรกเป็นแผนที่ปลอดโปร่งที่สุดตามบทความในฉบับก่อนๆ การถ่ายภาพบุคคลที่สวยงามจะต้องใช้แสงเฉียง แล้วแสงเฉียงที่ว่านี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีช่วงเวลาที่เหมาะสม แล้วช่วงเวลาที่ทำให้แสงเฉียงนี้ก็เกิดขึ้นในช่วงเช้าๆและเย็นๆเท่านั้น หากเราต้องการถ่ายภาพให้ได้ผลตามที่แนะนำไปแล้วก็ควรหาช่วงเวลาดังกล่าวมาถ่ายภาพ Portrait กัน แต่ถ้าฟ้าดินลงโทษอย่างว่าหละเราจะแก้ปัญหาเรื่องแสงกันอย่างไร
เมื่อเราไม่สามารถถ่ายภาพบุคคลด้วยแสงธรรมชาติแบบ Outdoor ได้ ก็ลองเปลี่ยนสถานที่ถ่ายภาพมาเป็นแบบ Indoor บ้าง ก็ใช้เทคนิคและวิธีการจากฉบับที่แล้วนี่แหละ แม้รูปแบบของการถ่ายภาพจะเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ แต่ผลที่ออกมาก็ยังได้ภาพที่สวยงามดูมีชีวิตชีวาและมีศิลปะอยู่เช่นเดิม
จากเรื่องของแสงก็มาถึงเรื่องของการหามุมมองหรือสถานที่ถ่ายภาพเหมาะๆ คราวก่อนแนะนำว่าการถ่ายภาพบุคคลนั้นต้องดูในเรื่องของฉากหลังประกอบด้วย หากต้องการให้ภาพบุคคลโดดเด่น แน่นอนว่าต้องใช้ช่วงความชัดลึกต่ำๆฉากหลังจะเบลอ แต่อย่าลืมว่าวิธีการแบบนี้ภาพบุคคลจะโดดเด่นก็จริง แต่การเล่าเรื่องนั้นๆก็จะหายไปด้วยการปรับรูรับแสงให้เล็กลงบ้างหรือกำหนดระยะห่างระหว่างตัวแบบกับฉากหลังให้ใกล้กว่าที่เคยทำอีกซะหน่อย ก็จะได้ภาพที่มีฉากหลังเบลอไม่มากเพื่อเล่าเรื่องให้รู้ว่าถ่ายภาพที่ไหน..? เมื่อไหร่..? ดังนั้นทฤษฎีบางอย่างก็อาจจะต้องละเลยกันไปบ้างแต่ไม่ใช่ทั้งหมด
ในเรื่องของมุมมองที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องขององค์ประกอบภาพ (Composition) ก็คงหนีไม่พ้นกับเรื่องกฎเกณฑ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการวางองค์ประกอบภาพแบบถ่วงดุล การวางตำแหน่งจุดสนใจ การเน้นจุดสนใจด้วยขนาดที่แตกต่างและโทนสีที่เหมาะสม รวมไปถึงการสร้างมิติที่สามให้ภาพถ่ายภาพด้วยกรอบภาพ ด้วยระยะชัดลึก และด้วยทฤษฎีต่างๆอีกมากมาย ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้เราถ่ายภาพออกมาได้ทั้งแสงเงา อารมณ์ และเรื่องราว หาใช่ว่าเราจะเน้นการถ่ายภาพบุคคลแล้วให้ฉากหลังเบลอกระจายกันอยู่ตลอดไป ซึ่งก็ง่ายเกินไปและดูฉาบฉวยไปซะหน่อย
สำหรับเรื่องของมุมมองของแสงและการหาฉากหลังที่เหมาะสมนั้น มีความแตกต่างกันระหว่างการถ่ายภาพบุคคล Indoor กับ Outdoor อย่างที่แนะนำกันไปแล้วว่าการถ่ายภาพ Outdoor มักจะเน้นความเข้มของแสงมากๆกับฉากหลังเข้มๆ ยืนระยะห่างระหว่างตัวแบบกับฉากหลังมากซะหน่อยแล้วเล่นเรื่องระยะชัดลึก แต่กับการถ่ายภาพ Indoor จะเน้นแสงที่นุ่มนวลไม่แข็งกระด้าง มักจะใช้แสงที่ไม่ส่องตรงๆเข้าที่ตัวแบบแต่จะเป็นแสงที่ผ่านการสะท้อนจากวัสดุอื่นๆพวกกำแพงหรือเพดานมาแล้ว ก็เป็นแนวทางของแสงที่มักจะเรียกกันว่า Window Light ประกอบกับการหาฉากหลังที่เรียบๆมีความเปรียบต่างต่ำๆ ไม่ว่าจะเป็นสีเข้มหรือสีอ่อนก็ได้ให้ผลที่ดีเหมือนกัน ด้วยข้อจำกัดของสถานที่กับการถ่ายภาพแบบ Indoor บางครั้งฉากหลังก็อาจจะมีความคมชัดเกือบจะใกล้เคียงกับตัวแบบกันเลย เพราะระยะห่างระหว่างตัวแบบกับฉากหลังไม่มากนักหากเราใช้ฉากหลังที่มีความเปรียบต่างมากจนเกินไป ก็จะลดความโดดเด่นของตัวแบบลงไปเยอะเลย
ไหนๆก็พูดถึงเรื่องของฉากหลังกันแล้วขอต่ออีกนิดนึงว่า การใช้ฉากหลังที่มีสีสว่างจะทำให้ตัวแบบดูอ่อนหวานมากขึ้น แต่ถ้าใช้ฉากหลักที่มีสีเข้มก็จะทำให้ตัวแบบดูลึกลับหรือดูเข้มแข็งมากกว่าเดิม
การแก้ปัญหาในเรื่องสถานที่ถ่ายภาพแบบ Indoor นั้นส่วนใหญ่มักจะใช้กับการถ่ายภาพงานแต่งงาน ซึ่งการถ่ายภาพ Portrait ในวันงานนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ได้ภาพที่สวยงามในลักษณะแสงที่เหมือนๆหรือดีกว่าการถ่ายภาพด้วยไฟแฟลชสตูดิโอ การใช้แสง window light เป็นวิธีการที่ง่ายและสะดวกที่สุด สามารถทำงานได้ด้วยตัวคนเดียวโดยมีอุปกรณ์เสริมอีกไม่กี่ชิ้นจำพวกแผ่นสะท้อนแสงพร้อมที่ตั้งและขาตั้งกล้อง เพียงแต่ก่อนหน้าที่จะถ่ายภาพเราต้องหามุมมองที่เหมาะสมกันก่อน ไม่ว่าจะเป็นทิศทางของแสง สถานที่ และแสงไฟภายในอาคาร พร้อมกับจัดฉากที่จะถ่ายภาพให้ลงตัวพร้อมจะถ่ายภาพได้เลย เมื่อตัวแบบแต่งตัวเสร็จก็ลงมือถ่ายภาพได้ทันทีและใช้เวลาในการถ่ายภาพไม่มากนัก สำหรับนักถ่ายภาพบางคนอาจจะเจอข้อจำกัดเรื่องของเวลา การวางมุมและการคิดท่าทางต่างๆเอาไว้ล่วงหน้าเมื่อถึงเวลาถ่ายภาพจริงๆก็ยิ่งทำให้การถ่ายภาพใช้เวลาน้อยลงไปอีกแต่ยังได้ภาพสวยถูกใจกลับมาแน่นอน
สำหรับการถ่ายภาพงานรับปริญญาบัตรนั้นมีปัจจัยเรื่องของปริมาณคนไม่เหมาะกับสถานที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ยิ่งมีเพื่อนฝูงมากมายทำให้เวลาสำหรับการถ่ายภาพ Portrait สวยๆก็น้อยลงไปด้วย การวางแผนสำหรับการถ่ายภาพงานนี้ก็ต้องบอกช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการถ่ายภาพ Portrait ให้กับตัวแบบเราก่อนว่าต้องเป็นช่วงเช้าหรือช่วงเย็นนะ จากนั้นช่วงเวลาอื่นๆก็สามารถไปถ่ายภาพเก็บความประทับใจกับญาติพี่น้องเพื่อนฝูงกันได้อย่างเต็มที่เลย การวางแผนแบบนี้จะทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาเปรียบเลนส์กันบ่อยๆ เพราะช่วงเช้าหรือช่วงเย็นเราใช้ Focal Length แบบ Tele-Photo สำหรับการถ่ายภาพ Portrait พอช่วงเวลาที่ถ่ายภาพบันทึกก็ใช้เพียงแค่เลนส์ซูมช่วงปกติอย่างเช่น 28-70 มม. หรือ 18-70 มม. ก็สามารถถ่ายภาพได้ครอบคลุมหมดแล้ว
ในปัจจุบันสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ขาดไม่ได้เลยกับการออกรับงานถ่ายภาพรับปริญญาก็คือ “แผ่นสะท้อนแสง” สมัยก่อนอาจจะดูอลังการไปซะหน่อยแต่เดี๋ยวนี้ใครไม่มีอาจจะดูไม่โปรหรืออาจจะได้ภาพไม่งามนัก พอต้องใช้แผ่นสะท้อนแสงก็จำเป็นต้องใช้คนถือแผ่นสะท้อนแสงเพิ่ม หากหาเอาเองไม่ได้ก็คงต้องไหว้วานให้ญาติๆของเจ้าภาพช่วยถือให้หรือถ้าไม่มีกันจริงๆก็ใช้ขาตั้งกล้องนี่แหละถือแทนให้หากไม่ถูกลมพัดกระเจิงซะก่อนรับรองว่าจะให้คุณภาพแสงที่ดีกว่าการถือด้วยคนซะอีก
ขอกลับมาดูในเรื่องของการจัดท่าทางกันซะหน่อย เพราะการถ่ายภาพบุคคลที่ดูดีไม่ใช่การถ่ายภาพติดบัตร แม้ว่าเราจะดูแสงเป็น ดูองค์ประกอบภาพเป็น แต่กับการถ่ายภาพบุคคลจะต้องจัดวางท่าทางของบุคคลนั้นให้ดูดีเหมาะสมกับตัวเค้าเองอีกด้วย โดยส่วนใหญ่การหันหน้าเข้าหากล้องของตัวบุคคลนั้นจะไม่หันหน้าตรงมาทั้งตัว ในส่วนของลำตัวลงไปจะหันข้างในแนวเฉียงหันหัวไหล่เข้าหากล้อง ส่วนของใบหน้าอาจจะหันข้างเล็กน้อยหรือหันตรงเข้าหากล้องเลยก็ได้ การจัดท่าแบบนี้ทำให้ดูเหมือนกับมีลีลาท่าทางมากว่าการยืนหรือนั่งแบบทื่อๆ สำหรับตัวแบบบางคนไม่สามารถจัดท่ายืนให้ดูเป็นธรรมชาติได้เลย ก็ควรเลี่ยงด้วยการถ่ายภาพเพียงครึ่งตัวแทนหรือไม่ก็จัดให้โพสท่าในท่านั่งซะ เพราะการจัดท่าในลักษณะนี้จะเป็นการโพสท่าเพียงแต่ครึ่งตัวเท่านั้น ทำให้ง่ายกับตัวแบบที่ไม่เก่งในเรื่องการโพสท่าเอาซะเลย
ภาพ Portrait กับการถ่ายภาพบุคคลทั่วไปไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพแฟชั่นเพื่อการพาณิชย์หรือการถ่ายภาพเพื่อการส่งประกวด ในเรื่องของ Concept หรือแนวคิดของภาพจะต้องวางเอาไว้ล่วงหน้าเป็นอย่างดี กับการถ่ายภาพงานแฟชั่นทั้งในเรื่องเสื้อผ้าเครื่องแต่งการ การแต่งหน้าทาปากจะต้องเป็นไปตามแนวคิดที่วางไว้ พอได้แนวคิดแล้วเรื่องของการหามุมมอง สถานที่ การใช้แสงนุ่มหรือแสงแข็ง การใช้ Focal Length ของเลนส์ก็จะตามมาอย่างลงตัว ไม่ต้องคอยพะวงว่าใช้เลนส์แบบนี้ช่วงนี้ดีหรือเปล่า การใช้เวลาในการถ่ายภาพก็น้อยแต่ได้ภาพดีๆเยอะ เพราะการถ่ายภาพ Portrait ด้วยแสงธรรมชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งแบบ Outdoor นั้นจะถ่ายภาพได้เพียงแค่ช่วงเช้าหรือเย็นเท่านั้น หากเรามัวแต่ปรับโน่นลองนี่กับอุปกรณ์อยู่หละก็เวลาในการถ่ายภาพก็จะน้อยลง สำหรับนักถ่ายภาพบางคนอาจจะแย้งว่าการถ่ายภาพของเค้าสามารถถ่ายภาพได้ทั้งวัน เพราะสามารถสร้างกระโจมกรองแสงให้นุ่มนวลลงได้ นั่นก็เป็นอีกวิธีการนึงที่ทำให้เราสามารถถ่ายภาพ Portrait ได้ทั้งวันเช่นกันเพียงแต่จะยุ่งมากๆกว่าปกติเท่านั้นเอง
สำหรับภาพ Portrait กับงานประกวดภาพนั้นส่วนใหญ่มองดูแล้วน่าจะเป็นภาพทีเผลอหรือ Candid Shot ซะมากกว่า เพราะสายตาของบุคคลนั้นมักจะไม่มองกล้องถ่ายภาพตรงๆเฉกเช่นเดียวกับความหมายของการถ่ายภาพบุคคลโดยทั่วๆไป แต่ในเรื่องของการใช้แสง การสร้างเรื่องราวจากฉากหลัง การใช้เทคนิคระยะชัดลึก ตลอดไปจนถึงการใช้เลนส์และเทคนิคการวัดแสงต่างๆ ก็ล้วนมาจากพื้นฐานของการถ่ายภาพบุคคลทั้งสิ้น ดังนั้นศาสตร์ของการถ่ายภาพบุคคลจึงเสมือนเป็นพื้นฐานสำหรับการต่อยอดในการถ่ายภาพประเภทอื่นๆได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
จากที่กล่าวมาทั้งหมดการถ่ายภาพ Portrait จึงเป็นศาสตร์การถ่ายภาพที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด เพราะยังไงก็แล้วแต่เมื่อเราต้องการเก็บภาพคนก็หนีไม่พ้นจากการวาดภาพและถ่ายภาพ ยิ่งได้ภาพที่มีสีแสงเงาและการโพสท่าที่ดูเป็นตัวของตัวเองด้วยแล้วหละก็ การดูภาพบุคคลจึงให้ทั้งความสวยงามและอารมณ์ได้เป็นอย่างดี จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าในโลกนี้คนเรานิยมถ่ายภาพบุคคลกันมากขึ้น และในวงการถ่ายภาพพาณิชย์ศิลป์ก็มีภาพบุคคลนี่แหละที่มีส่วนแบ่งการมากที่สุดด้วย
บทความที่เกี่ยวข้อง:
Comments
6 Responses to “Portrait กับงานถ่ายภาพ”













มีมาอีกเรื่อยๆ นะครับ
อ่านแล้วได้อะไรใหม่ๆ เยอะเลย
ชอบเด็กน้อยยิ้มมาก ๆ เลยครับ ดูแล้วมีความสุขดี
…ผมพยายามมา อ่านบทความของ อาจารย์ภู อยู่เรื่ิอยๆครับ เพื่อทบทวนสิ่งทียัง บกพร่อง….มีประโยชน์มากเลยครับ!
ขอบคุณ ข้อมูล ที่มีประโยชน์
ขอบคุณมากๆๆครับ
ขอบคุณค่ะ สำหรับบทความและข้อมูลดีๆ ขออนุญาตส่งต่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านนะคะ..
ขอบคุณครับ..
ได้ อะไรไหม่ๆเยอะแยะเรยครับพี่..