การทำภาพสเก็ตช์(sketch) ด้วย photoshop
November 11, 2008
เชื่อว่าคงเคยเห็นภาพสเก็ตช์แบบที่ใช้ดินสอดำวาดลงบนกระดาษกันทุกคน ส่วนตัวผมชอบภาพแนวนี้มาก แต่ครั้นจะหัดวาดเองก็ใช้เวลานาน แถมภาพที่ได้ออกมาก็ไม่สวยซะอีก หากจะจ้างช่างวาดให้ แน่นอนว่าภาพที่ได้ย่อมสวยงามกว่าวาดเอง แต่ก็ต้องมีค่าใช้จ่าย ซึ่งถ้าฝีมือดีๆ ก็ไม่ถูกแน่นอน ในเมื่อทางแรกก็ไม่ชอบ ทางสองก็ไม่เอา ก็เลยต้องหาวิธีง่ายๆ ที่ให้ได้ภาพแนว Sketch แบบสวยๆ โดยมีข้อจำกัดว่า ต้องใช้เวลาไม่นาน และเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด
![]() |
![]() |
หลังจากหาข้อมูลอยู่พักหนึ่งก็ไปอ่านเจอบทความจาก Website ต่างประเทศ ว่าด้วยเรื่องของการสร้างภาพสเก็ตช์ (Sketch) แบบง่ายๆ ที่ใช้เพียงภาพถ่ายกับโปรแกรม Photoshop ซึ่งผมทดลองทำแล้วได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ก็เลยนำมาทำเป็นสรุปแล้วดัดแปลงนิดหน่อยตามความเข้าใจของผมออกมาเป็นขั้นตอนทีละขั้นให้สมาชิกได้ทดลองศึกษากัน
มาเริ่มกันเลย อันดับแรกก็เปิดโปรแกรม photoshop กับรูปภาพที่จะเอามาทำภาพ Sketch กันขึ้นมาก่อน สำหรับ photoshop ที่ผมใช้เป็น Version CS3 นะครับ ถ้ามีหน้าตาต่างกับที่บางท่านใช้อยู่ก็ไม่ต้องตกใจ เพราะคำสั่งที่ใช้ในการทำ version เก่าๆ ก็มีเหมือนกันครับ
![]() |
![]() |
| ภาพต้นฉบับก่อนผ่านการ Process | ภาพหลังจากผ่านการ Process ด้วยเทคนิค Photoshop แล้ว |
Step 1 แปลงภาพเป็นขาวดำ หลังจากที่เปิด File ภาพขึ้นมาแล้วให้เข้าไปแปลงภาพเป็นขาวดำ ในที่นี้ผมใช้คำสั่ง Image – Adjustment – Channel Mixer โดยให้คลิกที่ช่อง monochome เพื่อทำการปรับภาพแบบขาวดำ ส่วนจะปรับ Channel Red , Green , Blue เท่าไหร่นั้นขึ้นอยู่กับภาพ อันนี้ผมแนะนำให้พยายามปรับให้ภาพดูสว่างขึ้นที่สุด โดยที่ไม่ทำให้รายละเอียดในส่วนที่เราต้องการทำภาพสเก็ตช์หายไป
Step 2 กดปุ่ม Create New Snapshot เพื่อสร้าง Snapshot เก็บไว้ ในที่นี้จะได้ชื่อเป็น Snapshot 1 สำหรับใครที่ไม่เคยใช้ Snapshot ก็ขออธิบายสั้นๆ ว่าเหมือนกับการ Save ภาพ ณ จุดๆหนึ่งเก็บไว้ โดยเมื่อเรากลับมาคลิกที่ Snapshot นั้น Photoshop ก็จะแสดงภาพ ณ จุดนั้นๆ พร้อมทั้งค่า Layer ต่างๆที่ตั้งไว้ขึ้นมา
![]() |
![]() |
| Step 1 | Step 2 |
Step 03 ใช้คำสั่ง Filter – Sharpen – Smart Sharpen เพื่อทำให้ภาพคมขึ้น ในที่นี้ใช้ค่า Amount 500 , Radius 1 แล้วทำการ สร้างSnapshot ใหม่อีกครั้ง ได้เป็นชื่อ Snapshot 2 ซึ่งตอนนี้ในช่อง Snapshot ของเราจะประกอบไปด้วย Snapshot จำนวน 2 อัน คือ Snapshot 1 เก็บค่าภาพที่เป็นขาวดำไว้ ส่วน Snapshot 2 เก็บค่าของภาพขาวดำที่ผ่านคำสั่ง Sharpen มาแล้ว
Step 04 ใช้ History Brush มาช่วยเพิ่มความคมของตาและริมฝีปากให้กับภาพที่ Save ไว้ใน Snapshot 1 โดยกำหนดให้ Snapshot 2 เป็น Source
เพื่อความเข้าใจคงต้องอธิบายถึงคำสั่ง History Brush กันก่อนว่าคืออะไร ? History Brush ก็เป็นแปรงระบายแบบหนึ่งเหมือนกับ Brush ธรรมดา ต่างกันตรง Brush ธรรมดาต้องเลือกสีเพื่อระบายลงไป แต่ History Brush เป็นการระบายภาพจากภาพอื่น (Snapshot อื่น) ลงไป โดยต้องมีการกำหนดก่อนว่าจะเอาภาพจากไหนมาระบายลงไป ซึ่งตัวนี้จะเรียกว่า Source ซึ่งคำสั่งนี้ดูๆ ไปก็คล้ายๆกับการ Clone Stamp
![]() |
![]() |
| Step 3 | Step 4 |
Step 5 หลังจากตั้งค่าต่างๆให้กับ History Brush แล้ว ก็ไประบายที่ตาและริมฝีปากเพื่อเน้นส่วนที่ต้องการให้กับใบหน้า ในที่นี้วัตถุประสงค์ของเราคือ ต้องการเพิ่มความคมของตาและริมฝีปากของภาพใน Snapshot 1 โดยการตั้งให้ Snapshot 2 ที่ผ่านการทำ Sharpen มาแล้วเป็น Source แล้วใช้ History Brush ไประบายที่ตาและริมฝีปากของ Snapshot 1 ทีนี้ตาและริมฝีปากของภาพใน Snapshot 1 ก็จะได้ความคมของ Snapshot 2 มาแทนที่นั่นเอง แต่การระบายเต็มที่ด้วย Opacity 100 % อาจจะทำให้ตาและริมฝีปากที่ได้มีความคมมากเกินไป ในที่นี้เลยทำการปรับลด Opacity ให้เหลือ 33 % แทน
Step 6 ใช้คำสั่ง Curves เพื่อปรับดึงความสว่างเพิ่มให้กับภาพ ส่วนจะดึงมากแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน สำหรับผมมักจะดึงพื้นผิวหน้าให้สว่างขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นรายละเอียดส่วนอื่นต้องคงอยู่ อาจจะใช้การกด Ctrl + คลิก Mouse ซ้าย ที่จุดที่ต้องการในภาพ เพื่อทำการ lock ค่าจุดที่ไม่ต้องการให้ถูกดึงขึ้นใน Curve ก็ได้ ในที่นี้ผม lock ที่สีผม ทำให้ไม่ว่าจะดึง Curve ขึ้นไปแค่ไหน สีผมก็จะไม่สว่างขึ้น จะยังคงดำอยู่เหมือนเดิม
![]() |
![]() |
| Step 5 | Step 6 |
Step 7 ใช้ Lasso Tool ลากวนรอบส่วนที่เราต้องการ พอวนครบรอบแล้วก็ใช้คำสั่ง Select – Modify – Feather ในที่นี้ผมใช้ค่า 30 จุดประสงค์ในการทำขั้นตอนนี้เพื่อกำจัดส่วนที่ไม่ต้องการออกไปจากภาพ โดยใช้คำสั่ง Feather ช่วยเกลี่ยขอบเพื่อให้การทำงานใน Step 8 ง่ายขึ้น ซึ่งหลังจากใช้คำสั่ง Feather แล้วให้เลือก Select – Inverse แล้วกด Delete เพื่อลบส่วนที่ไม่ต้องการในภาพออกไป (ฉากหลังต้องเป็นสีขาว) ตอนนี้ภาพของเราจะเหลือแต่ตัวแบบที่เราต้องการ กับขอบดำๆ อีกเล็กน้อย ซึ่งเราจะลบขอบนี้ออกใน Step 8
![]() |
![]() |
| Step 7 | ภาพที่ได้หล้งจากผ่าน Step 7 แล้ว |
Step 8 ใช้ Dodge Tool ถูส่วนเกินที่ไม่ต้องการออกไป ขั้นตอนนี้อาจจะต้องใช้เวลาซักหน่อย เนื่องจากอาจจะต้องระบายหลายรอบกว่าจะลบส่วนที่ไม่ต้องการตามขอบภาพออกไปได้หมด และต้องระวังการระบายล้ำเข้าไปในตัวแบบ
![]() |
![]() |
| Step 8 | ภาพหลังจากผ่านขั้นตอนใน Step 8 แล้ว |
Step 9 ใช้ Dodge Tool เช่นเดิม คราวนี้เราจะมาระบายที่เส้นผม เพื่อทำ Highlight บริเวณส่วนผม ข้อแนะนำในการทำคือ ไม่ควรตั้ง Opacity 100 % เพราะจะทำให้ผมขาวมากเกินความพอดีจนดูเหมือนผมหงอกไป ถ้าให้ดีควรตั้งค่าต่ำๆ แล้วระบายหลายๆครั้งจะดีกว่า ในที่นี้เนื่องจากภาพต้นฉบับมีการถ่ายให้แสงลงเป็น Highlight ที่ผมอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องระบายมาก เลยตั้งค่า Opacity แค่ 14 % หากเป็นภาพอื่นที่ผมดำสนิทก็คงจะต้องตั้งค่า Opacity ให้มากกว่านี้
Step 10 ปรับจูนค่า Curve อีกครัง้ คราวนี้ผมทำเพื่อลด Contrast ระหว่างส่วนมืดกับสว่างลงอีก โดยการ lock ที่ส่วนที่สว่าง ในที่นี้ผม lock ที่ผิวหน้าเด็กซึ่งคิดว่าสว่างพอดีแล้ว แล้วดึง Curve ส่วนมืดขึ้น ซึ่งขั้นตอนนี้ทำหรือไม่ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน บางคนอาจจะข้ามไปทำ Step 11 เลยก็ได้
![]() |
![]() |
| Step 9 | Step 10 |
Step 11 ใช้คำสั่ง Image – Adjustmenst – Brightness/Contrast เพื่อปรับค่าความสว่างอีกเป็นครั้งสุดท้าย โดยทั่วไปมักจะดึงค่า Brightness เพิ่มขึ้น และลด Contrast เพื่อให้ภาพดูเหมือนภาพสเก็ตช์ยิ่งขึ้น ส่วนปรับมากปรับน้อยอันนี้ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนอีกเช่นเดิม
Step 12 เพื่อเพิ่มความสมจริงให้กับภาพ Sketch ก็ต้องเพิ่มเกรนแตกให้กับภาพอีกเล็กน้อย โดยใช้คำสั่ง Filter – Texture – Grain ตั้งค่า Grain Type เป็น Soft และ Intensity 14 , Contrast 50
![]() |
![]() |
| Step 11 | Step 12 |
Step 13 ขั้นตอนสุดท้ายก็ไม่มีอะไรมาก แค่การลงชื่อกำกับด้วย font รูปแบบลายมือ ตามความพอใจของแต่ละคน
![]() |
| Step 13 |
![]() |
| ภาพสเก็ตช์ที่เสร็จสมบูรณ์ลงชื่อกำกับเรียบร้อยแล้ว |
ก็เป็นอันจบขึ้นตอนการทำภาพ Sketch ด้วย photoshop ขั้นตอนทั้งหมดอาจจะดูยาว หรือยากสำหรับสมาชิกบางท่านที่ยังไม่คุ้นกับคำสั่งใน Photoshop แต่ถ้าหากได้ลองทำซัก 2-3 ครั้งแล้วละก็ จะพบว่าแต่ละรูปใช้เวลาไม่นานเลย รูปหนึ่งตกประมาณ 10-15 นาทีเท่านั้นเอง ก็หวังว่าทุกคนคงจะได้ลองทำเล่นกันดู ทำแล้วยังไงก็อย่าลืมเอามาอวดกันบ้างนะครับ
Linglom
บทความที่เกี่ยวข้อง:
Comments
4 Responses to “การทำภาพสเก็ตช์(sketch) ด้วย photoshop”



















น่าสนใจมากค่ะ เดี๋ยวจะลองทำดูบ้าง ยังงัยถ้าโพสก็ตรวจการบ้านให้ด้วยละกันน๊า ^^
ขอบคุณค่า
มีโปรแกรมทำภาพถ่ายให้เป็นภาพลายเส้นมั้ยครับ / สนใจจริงๆ…
ผมจะเอาไปประยุกต์กับงานของผม เพื่อสร้างสรรค์อาชีพใหม่ๆบ้าง!!!
ขอบคุณครับ.
miyazawa….
ลองดูตัวนี้ครับ Photo to Color Sketch
น่าจะมีอีกหลายโปรแกรม ลองหาดูครับ