มุมมองศิลปะแห่งภาพวิวทิวทัศน์ ตอน 2

December 6, 2008

กลับมาดูทิศทางแสงเฉียงกันอีกครั้ง อย่างที่บอกมาแล้วว่าภาพที่ได้จะดูมีมิติมากขึ้น ภาพของต้นไม้ก็จะเห็นลำต้นมีโทน สว่างและโทนมืด ภาพของภูเขาก็จะเห็นส่วนสว่างและส่วนมืด ลักษณะภาพแบบนี้ทำให้เกิดมิติของสิ่งที่ประกอบอยู่ภายใน ภาพ ซึ่งทิศทางแสงแบบนี้เราจะต้องให้แสงส่องมาด้านข้าง แต่ถ้าเราลองเปลี่ยนมุมมองมาถ่ายภาพย้อนแสงดูบ้าง ลักษณะภาพก็จะคล้ายๆกับการถ่ายภาพโครงทึบ ต่างกันแต่เพียงว่าเราจะต้องวัดแสงให้เห็นรายละเอียดของส่วนประกอบ ของภาพมากขึ้น เราจะต้องเน้นการตัดกันระหว่างจุดเด่นกับฉากหลังให้มีความเปรียบต่างมากขึ้น และในบางครั้งเราก็ อาจจะต้องใช้เงาทึบของจุดเด่นมาช่วยสร้างมิติที่สามของภาพจากการใช้เส้นนำสายตาเข้ามาช่วยอีกก็ได้

ภาพวิวทิวทัศน์ ภาพวิวทิวทัศน์
ภาพถ่ายย้อนแสงในลักษณะนี้จะเห็นว่า สายน้ำที่มีความเคลื่อนที่สัมพันธ์กับความเร็วชัตเตอร์ เราจะได้สายน้ำเป็นเส้น หากไม่สัมพันธ์กับความเร็วชัตเตอร์แล้วจะกลายเป็นก้อนขาวๆในภาพ จนบางครั้งอาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่แย่งสายตาจากจุดเด่นในภาพเลยก็ได้

Lens : 28 mm.
Focal Length : 28 mm.
Aperture : f/11
Shutter Speed : 1/15 sec.
With Polarize Filter
Metering Mode : Center-Weighted
Exposure bias value : -1.00EV
ISO Speed : 50
แสงจากด้านข้างแบบนี้จะช่วยสร้างมิติให้กับวัตถุที่อยู่ในภาพ ให้มีรูปทรงและรูปร่างที่เด่นชัดมากขึ้น อีกทั้งเป็นการแยกความแตกต่างของสิ่งที่เหมือนๆกันออกจากกัน ก็เพราะมีส่วนที่เป็นเงาและส่วนสว่างนี่แหละเป็นตัวแยกความเหมือนกันออกจากกัน

Lens : 70-200 mm.
Focal Length : 150 mm.
Aperture : f/5.6
Shutter Speed : 1/125 sec.
Metering Mode : 35-zone Evaluative
Exposure bias value : -1.00EV
ISO Speed : 100
 
 

แสงที่เหมาะกับการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์นั้นอยู่ในทุกช่วงเวลาที่เริ่มปรากฏแสงทองส่องฟ้า ไปจนถึงแสงอาทิตย์อัศดง แสง ในช่วงฟ้าสางและใกล้ค่ำภาพส่วนใหญ่จะได้รับแสงที่มีโทนสีอุ่น (Warm Tone) และทิศทางแสงจะเป็นทิศทาง ย้อนแสงตรงๆ ลักษณะภาพที่เรานิยมถ่ายภาพส่วนใหญ่คงไม่พ้นแนว “ภาพโครงทึบ (Silhouette)” ด้วย ปริมาณแสงที่ยังไม่มากนัก และสีสันของแสงที่มีอุณหภูมิแสงต่ำกว่า Daylight ทำให้เกิดเป็นแสงสีเหลือง สีส้ม สี แดง ซึ่งล้วนแต่เป็นสีสันที่ร้อนแรงและดูสะดุดตา แนวภาพโครงทึบนี้จะดูให้สวยอย่างยิ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับช่วงจังหวะโอกาสที่ ธรรมชาติสร้างให้

จากภาพแนวโครงทึบพอแสงเริ่มสว่างขึ้น ทิศทางแสงเริ่มเป็นแนวเฉียง ทิศทางแสงแบบนี้เป็นทิศทางแสงที่สร้างสิ่งต่างๆที่ ประกอบเป็นภาพวิวทิวทัศน์นั้นมีมิติมากขึ้น นอกจากทิศทางแสงเฉียงที่ช่วยสร้างมิติแล้ว ยังช่วยให้อารมณ์ของภาพดู อบอุ่นจากอุณหภูมิแสงที่ยังไม่สูง ภาพจะได้สีในโทนอุ่น การเน้นอารมณ์ภาพในช่วยนี้จึงดูอบอุ่นสบายๆก็จากอุณหภูมิแสง ช่วยนี่แหละ 

ภาพย้อนแสงที่นิยมกันมากในการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์อีกก็คือ การถ่ายภาพน้ำตกย้อนแสง เพราะนำเมื่อมองย้อนแสงแล้ว ให้ฉากหลังมีสีเข้ม จะเห็นความโปร่งใสสวยงามของสายน้ำได้ดี อารมณ์ที่ได้จากภาพในแนวนี้จะมีความสดใส ดูสนุก สนาน และแฝงไปด้วยความลึกลับอีกด้วย การถ่ายภาพสายน้ำย้อนแสงนั้นอย่าลืมว่าฉากหลังจะต้องมีความเข้ม เพื่อเน้นให้ เห็นสายน้ำอย่างชัดเจน ลักษณะของภาพน้ำตกในแนวนี้จะต้องใช้ความชำนาญร่วมกับความเร็วชัตเตอร์ด้วย การใช้ความ เร็วชัตเตอร์ที่ต่ำมากจนเกินไป สายน้ำตกแทนที่เราจะเห็นเป็นสายแสดงความเคลื่อนไหว กับกลายเป็นก้อนสีขาวๆปะอยู่ บนหน้าผา และความโปร่งใสก็จะกลายเป็นความ Over เป็นจุดๆภายในภาพ ดังนั้นภาพน้ำตกในลักษณะนี้เราควรให้ ความเร็วชัตเตอร์ที่ช้าไม่มากนัก เพื่อเน้นให้เกิดเส้นสายของสายน้ำที่กำลังแสดงความเคลื่อนไหว หรือไม่ก็ใช้ความเร็ว ชัตเตอร์เร็วๆไปเลย เพื่อให้เกิดอารมณ์รุนแรง กระแทกกระทั้นอย่างเมามัน 

ภาพวิวทิวทัศน์ ภาพวิวทิวทัศน์
ฉากหน้าจากก้อนหิน จะเป็นส่วนเติมเต็มไม่ให้ภาพนี้ขาดมิติ บางคนอาจจะไม่เห็นความสำคัญของก้อนหินด้านหน้า เพียงเพราะต้องการถ่ายทอดให้เห็นถึงน้ำทะเลสีครามแบบเต็มๆเท่านั้น ซึ่งภาพที่ได้ก็จะขาดมิติของความลึกไป
Lens : 28 mm.
Aperture : f/11
Shutter Speed : 1/125 sec.
With Polarize Filter
Metering Mode : Center-weighted
Exposure bias value : -0.50EV
ISO Speed : 100
 
 
 
 
 
 
คนที่เคยไปสถานที่นี้แล้ว อาจจะมองว่าภาพนี้มีต้นไม้มาบดบังน้ำตกมาจนเกินไป ภาพนี้จุดเด่นของภาพไม่ใช่ตัวน้ำตกอย่างเดียว ขอให้สังเกตว่าจุดเด่นของภาพนี้อยู่บริเวณพื้นที่ด้านบนขวามือของภาพทั้งหมด เป็นกลุ่มก้อนของจุดเด่น ซึ่งจุดเด่นนี้ได้ให้โทนสีที่สว่างกว่าตำแหน่งอื่นๆในภาพ และกลุ่มก้อนของจุดเด่นนี้ก็ยังมีขนาดใหญ่จนเกือบจะถึงของล่างของภาพ เพียงแต่ให้มีพื้นหญ้าสีเขียวเข้ามาช่วยสร้างฉากหน้าให้อีกระดับหนึ่ง ทำให้ภาพนี้มองดูแล้วเหมือนว่ากว่าจะเดินถึงตัวน้ำตกนี้ได้ก็ไกลน่าดู
Lens : 17-40 mm.
Focal Length : 17 mm.
Aperture : f/11
Shutter Speed : 1/15 sec.
With Polarize Filter
Metering Mode : 35-zone Evaluative
Exposure bias value : -1.00EV
ISO Speed : 100

 

เมื่อพ้นจากช่วงเช้าๆเย็นๆที่มีทิศทางแสงเฉียงแล้ว ถ้าเราต้องถ่ายภาพกันทั้งวันหละ ทิศทางแสงอื่นๆเราก็สามารถถ่ายภาพ ให้สวยได้หรือเปล่า…? คำถามยอดฮิตติดลมบนแบบนี้ได้ยินกันบ่อย คำตอบก็คือได้ครับ แต่อาจจะมีความเหมาะ สมในแต่ละสถานที่และในแต่ละฤดูกาลมากกว่า เรามาดูการถ่ายภาพด้วยทิศทางแสงบน (Top Light) กันบ้าง หากเราต้องถ่ายภาพในช่วงเวลานี้ มิติของภาพจากแสงเงาจะน้อยลง หรือแทบจะหามิได้เลย ภาพในลักษณะนี้เราจึงต้อง ใช้ทฤษฎีโทนสีเข้ามาใช้ โทนสีวรรณะอุ่น (Warm Tone) อยู่ด้านหน้าทำให้ดูมีมิติใกล้ตัว แล้วให้โทนสีวรรณะ เย็น (Cool Tone) อยู่ด้านหลังเพื่อให้เกิดมิติไกลตัว ซึ่งถ้ามีโอกาสจะหยิบมาเล่าให้ละเอียดอีกครั้งหนึ่ง 

คราวนี้เรามาว่ากันต่อในเรื่องมุมมองที่ทำให้เกิดเป็นศิลปะจาก การถ่ายภาพ Landscape กันต่อดีกว่า

ศิลปะที่ว่านี้เป็นการสร้างสรรค์งานให้ผู้ดูภาพได้รับแนวความคิดตามที่คนถ่ายภาพๆได้ถ่ายทอดออกมา โดยใช้มุมมองที่ คนทั่วไปไม่ทันสังเกต แต่เมื่อได้บันทึกภาพนั้นออกมาแล้ว จะเป็นภาพที่ดูสวยงามอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน มุมมองการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์นั้นพอจะมีหลักการง่ายในแบบฉบับนักจิตวิทยาผสมกับจินตนาการทางศิลปะอยู่หลายเรื่อง ด้วยกัน

เรื่องแรกเลยก็คือ “การสร้างมิติให้กับภาพ” ภาพที่บันทึกออกมานั้นสามารถหลอกสายตาให้ผู้ดูภาพเกิดจินตนาการได้ ว่า ภาพนั้นมีความลึกหรือมีระยะใกล้, ระยะกลาง และระยะไกล จากความรู้ที่พวกเราได้ทราบมาว่า การถ่ายภาพ Landscape นั้นจะต้องถ่ายภาพด้วยเลนส์มุมกว้าง และจะต้องใช้รูรับแสงแคบๆ เหตุผลก็เพื่อสร้างให้ภาพ Landscape นั้นมีความชัดลึกตลอดทั้งภาพ จากวิธีการถ่ายภาพแบบนี้หากเราเพียงแค่ยกกล้องขึ้นแล้วกดชัตเตอร์ ภาพที่ได้จะมีความชัดลึกไปตลอดทั้งภาพตามที่ต้องการ เพียงแต่ว่าวิธีนี้อาจจะไม่ช่วยให้เกิดจิตนาการในเรื่องมิติของภาพ

ภาพวิวทิวทัศน์ ภาพวิวทิวทัศน์
ภาพนี้ใช้ฉากหน้าเป็นริ้วของสายน้ำตก บางครั้งเราอาจไม่จำเป็นต้องหาสิ่งอื่นๆรอบข้างมาเป็นฉากหน้าก็ได้ จุดเด่นในภาพที่มีส่วนประกอบมากมาย ก็สามารถนำเข้ามาเป็นฉากหน้าเพื่อสร้างมิติของภาพได้ด้วย
Lens : 17-40 mm.
Focal Length : 17 mm.
Aperture : f/11
Shutter Speed : 1/4 sec.
With Polarize Filter
Metering Mode : 35-zone Evaluative
Exposure bias value : -0.50EV

ISO Speed : 100

ลองเปลี่ยนมาใช้เลนส์เทเลโฟโต้ดูบ้าง ภาพ Landscape หาใช่แต่จะใช้เฉพาะเลนส์มุมกว้างเท่านั้น ฉากหน้าของภาพนี้ก็คือแนวโขดหินที่มีสีเขียวของพันธุ์ไม้ จากนั้นจุดเด่นที่ตัวน้ำตกจะอยู่ในระยะกลาง และผนังโขดหินของน้ำตกจะเป็นแนวระยะไกล

Lens : 70-200 mm.
Focal Length : 135 mm.
Aperture : f/8
Shutter Speed : 1/8 sec.
With Polarize Filter
Metering Mode : 35-zone Evaluative
Exposure bias value : -1.00EV
ISO Speed : 100

 

การสร้างมิติของภาพวิวทิวทัศน์นี้ทำได้ได้หลายวิธีด้วยกัน แต่หลักๆแล้วก็อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า เราจะต้อง หาระยะใกล้ ระยะกลาง และระยะไกลให้ได้ซะก่อน ซึ่งก็เป็นที่มาของเรื่องการหาฉากหน้า ประกอบกับการสร้างจุดเด่น ด้วยโทนสี และอาจจะรวมไปถึงการใช้เส้นในจินตนาการ ฉบับนี้เรามาว่ากันให้ครบทุกๆเรื่องกันซะเลยดีไหม๊ ?

“ฉากหน้า” มีไว้ทำไม…? บางคนก็ว่าไม่ดูรกเกินไปหรือ…? การมีฉากหน้าจะเป็นการสร้างฉากกำบัง ให้ดูเหมือนว่าเรากำลังมองไปเห็นความสวยงามที่อยู่ในระยะไกล ซึ่งในสภาพความเป็นจริงนั้นเราอาจจะต้องมองผ่านสิ่ง กีดขวางต่างๆที่เราไม่ได้ให้ความสนใจในขณะนั้น เพราะเรากำลังดูภาพที่มีความเคลื่อนไหว การมีฉากหน้าจะทำให้เราดู เหมือนว่า จุดเด่นของภาพที่อยู่ไกลออกไปนั้นมีระยะทางห่างไกลจากเราเท่าไร แม้ว่าภาพ Landscape ของเรา นั้นจะมีความชัดลึกตลอดทั้งภาพ แต่การที่มีสิ่งกีดขวางสายตาซึ่งอยู่ตรงหน้าเรานั้น ก็ถือเป็นการสร้างเรื่องราวให้ภาพ เกิดจินตนาการแก่คนที่ได้ชมภาพ ลองคิดดูในอีกมุมมองหนึ่งจะเห็นว่า หากเราถ่ายภาพมาเฉพาะจุดเด่นตามที่เราต้องการ เช่น เราถ่ายภาพทะเลหมอกแบบจะจะ คนที่มองภาพก็ดูเหมือนว่าที่นี่มีแต่ทะเลหมอก แล้วเรามองเห็นกันใกล้ๆแบบนี้เลย หรือ จิตนาการแบบนี้ทำให้คนดูภาพแล้วไม่เกิดมิติ แต่ถ้าเราลองมีต้นหญ้าเป็นฉากหน้าบ้าง จะเห็นได้ว่าทะเลมองที่สวย งามนั้น อยู่ไกลจากเรามากน้อยเพียงใด คนดูภาพสามารถสัมผัสได้ทั้งอารมณ์จากความหนาวเย็นจากทะเลหมอก กับ ตำแหน่งการมองที่ทำให้เหมือนตัวเองกำลังได้ชมทะเลหมอกจากยอดเขา

ภาพวิวทิวทัศน์
ฉากหน้าเป็นแนวทิวเขา และแนวของต้นไม้ด้านขวา ทั้งสองดูเหมือนจะเป็นการสร้างกรอบภาพให้ด้วย ฉากหน้าที่ไม่ต้องการเน้นเรื่องราวแบบนี้ให้มีพื้นที่เป็นส่วนน้อยของภาพเท่านั้น เพื่อไม่ให้บดบังจุดเด่นของภาพจนขาดความโดดเด่น
Lens : 70-200 mm.
Focal Length : 200 mm.
Aperture : f/5.6
Shutter Speed : 1/250 sec.
With Polarize Filter
Metering Mode : 35-zone Evaluative
Exposure bias value : -1.00EV
ISO Speed : 100

วิธีการสร้างฉากหน้านั้น ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะให้พื้นที่ของฉากหน้ามีมากจนเกินไป ขอให้เป็นเพียงส่วนน้อยของภาพเท่านั้น เพราะอย่างไรเสียเราก็ต้องให้พื้นที่ของจุดเด่นของภาพมากที่สุด ฉากหน้าที่สวยงามไม่อาจจะไม่ต้องการรายละเอียดที่เห็น เด่นชัดมากก็ได้ บางครั้งก็อาจจะทำให้เป็นภาพโครงทึบไปซะเลยจะดีกว่า

Pooh

Comments

7 Responses to “มุมมองศิลปะแห่งภาพวิวทิวทัศน์ ตอน 2”

  1. อึนโซ on June 21st, 2009 3:57 pm

    ถ่ายภาพต้องใช้ใจถ่ายจริงๆ นะเนี่ยภาพถึงจะออกมาสวยดังในรูปได้ เก่งจริงๆ

  2. นานา on September 15th, 2009 2:42 pm

    สุดยอดเลย

  3. hut on September 30th, 2009 3:52 pm

    การถ่ายภาพ Landscape นั้นจะต้องถ่ายภาพด้วยเลนส์มุมกว้าง และจะต้องใช้รูรับแสงแคบๆ เหตุผลก็เพื่อสร้างให้ภาพ Landscape นั้นมีความชัดลึกตลอดทั้งภาพ

    ต้องเป็นรูรับแสงกว้าง ๆ หรือเปล่าครับ

  4. hut on September 30th, 2009 3:55 pm

    ^
    ^
    สงสัยข้างบนอ่านมากไปหน่อยเลยมึน

    รูรับแสงแคบ คือค่า f มาก ๆ เฮ้อ…

  5. admin on September 30th, 2009 4:31 pm

    อ่านมากก็ยิ่งเข้าใจมากครับ มึนนิดหน่อย ใช้เวลาย่อยสลายอีกนิด เดี๋ยวจูนติดเอง

  6. seo on December 30th, 2009 10:45 am

    สวยมากเลยยยย กำลังหัดเล่นกล้องเหมือนกันครับ

  7. passa tintanorm on February 4th, 2010 3:10 pm

    Thanks for your fine view. If I were there, my friend could find me impress with it for long time. Unfortunately, I did not have my chance to do so after being far away from jungle zone for over 20 years. Thanks again. From the old Marine, RTMC