ถ่ายให้บุญ
October 13, 2009
เด็กชายคนนั้นยิ้มกับกระดาษแผ่นเล็กๆอยู่นานแสนนาน พอใจแล้วก็สอดมันเข้ากระเป๋ากางเกง และหยิบขึ้นมาขื่นชมอีกครั้ง ทำแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระดาษที่ดูเรียบลื่นในตอนแรกออกจะมีรอยยับย่นจากความถี่ของการหยิบจับ
กว่าจะได้ภาพถ่ายของตัวเองสักใบ คุณว่ามันง่ายหรือยาก อาจดูไร้สาระเกินไป แต่คำถามนี้ต้องการคำตอบ
![]() |
![]() |
ภาพถ่าย คือ ไดอารี่ที่บันทึกเรื่องราวในอดีตด้วยจังหวะและเวลาของเส้นสี หลายคนมีภาพถ่ายของตัวเองเป็นร้อยเป็นพันใบเก็บไว้เป็นที่ระลึก แต่หลายคนไม่มีโอกาสแม้จะได้เห็นภาพของตัวเองที่คนอื่นถ่ายเป็นร้อยเป็นพันใบ เพียงเพราะพวกเขาถูกจัดให้เป็นแค่ พร็อพ ของภาพถ่าย ใบหน้าเปื้อนยิ้มเมื่อได้เห็นรูปตัวเอง คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ นพดล ปัญญาวุฒิไกร ประธานชมรม Focusing Club และสมาชิกจัดกิจกรรมถ่ายภาพเพื่อสังคมขึ้น เพื่อแบ่งปันความสุขกับคนที่ด้อยโอกาสทางสังคม
รู้เฟื่องเรื่อง แสงแฟร์ (Lens Flare)
July 8, 2009
เมื่อวันก่อนมีน้องคนถึงส่ง mail มาถามผมด้วยความสงสัยว่า Lens Flare หรือแสงแฟร์ คืออะไร ซึ่งความหมายผมก็พอรู้อยู่บ้าง หน้าตา Flare เป็นยังไงก็รู้ ส่งผลยังไงต่อภาพก็รู้ เกิดเมื่อไหร่ก็รู้ แต่ไปมาๆมาตกม้าตายตอนพยายามจะอธิบายเป็นวิชาการนี่แหละ ก็เลยเป็นสาเหตุให้ผมต้องใช้เวลาออกตระเวนท่องไปตาม web ต่างประเทศต่างๆ เพื่อหาความรู้ในเรื่อง Lens Flare มาบรรจุในสมองน้อยๆ ของผมซักหน่อย คราวนี้เลยหยิบเอาเรื่องนี้มาเล่าให้สมาชิกได้อ่านกันครับ
![]() |
Easy Portrait ง่ายๆกับการถ่ายภาพพอร์ทเทรต
June 25, 2009
Easy Portrait เรื่อง/ภาพ ภูวพงษ์ ผจญอริพ่าย
วิธีการถ่ายภาพ Portrait ด้วยแสงธรรมชาติให้สวยทั้งแบบ Indoor และOutdoor จำเป็นต้องมีอุปกรณ์เสริมมากบ้างน้อยบางตามแต่สถานการณ์หรือแนวคิดของแต่ละคน ที่เห็นนิยมกันมากก็จะมีแผ่นสะท้อนแสง (Reflector) หรือไฟแฟลชแบบชนิดติดหัวกล้อง บางคนมีความชำนาญมากหน่อยก็แยกแฟลชออกจากตัวกล้อง ในเรื่องของสถานที่ถ่ายภาพก็มีส่วนสำคัญในการทำให้ภาพพอร์ทเทรต ดูน่าสนใจขึ้น
ส่วนใหญ่พวกเรามักจะใช้สวนสาธารณะในการถ่ายภาพจนสวนสาธารณะบางแห่งจะเป็นสวน พอร์ทเทรตกันไปอยู่แล้ว แนวคิดในเรื่องสถานที่จึงมีบางคนอยากเปลี่ยนสถานที่อื่นที่ไม่ใช่สวนสาธารณะบ้าง เพื่อลดความจำเจของสถานที่ลงไป แต่เจ้าของสถานที่ที่เราต้องการถ่ายภาพ Portrait นั้นบอกว่าห้ามถ่ายภาพหรือไม่ก็ต้องทำเรื่องอย่างเป็นทางการพร้อมกับค่าใช้จ่ายอีกบานตะไท โธ่เอ๋ย..!!! แค่ค่านางแบบยังไม่อยากจะออกตังค์ไปจ้างเลย เรื่องค่าสถานที่คงไม่เอาด้วยหรอก
การถ่ายภาพเชิงสารคดี
April 23, 2009
งานเขียนสารคดีคือการนำเอาข้อเท็จจริงที่เป็นข้อมูลความรู้ในเชิงวิชาการมาเรียบเรียงเขียนให้อ่านง่ายขึ้น โดยใช้เทคนิคของงานวรรณกรรมเข้ามาช่วย ให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณในการตัดสิน เพื่อให้เข้าถึงความดี ความจริง และความงามด้วยตนเอง บางครั้งการใช้ตัวอักษรเป็นสื่อเพียงอย่างเดียวก็ไม่สามารถบอกเล่า “สาร” หรือเรื่องราวได้ทั้งหมด ภาพถ่ายจึงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของงานเขียนสารคดี และอาจสำคัญไม่น้อยไปกว่าตัวหนังสือเลย ดังคำกล่าวที่ว่า “ภาพหนึ่งภาพ แทนคำล้านคำ”
ภาพถ่ายเชิงสารคดีจำเป็นจะต้องดำเนินไปพร้อมเนื้อเรื่อง เพื่อทำหน้าที่สนับสนุนให้เนื้อเรื่องสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และในบางกรณีภาพถ่ายสารคดีก็อาจจำเป็นต้องอาศัยเนื้อเรื่องมาสนับสนุนให้ภาพสมบูรณ์ ช่างภาพสารคดีจึงมักจะต้องลงพื้นที่พร้อมกับนักเขียน หรือบางครั้งก็อาจต้องลงพื้นที่ด้วยตนเอง
การถ่ายภาพในเชิงสารคดีก็เช่นเดียวกับงานเขียนสารคดี คือ การบันทึกปรากฏการณ์ ข้อเท็จจริงเพื่อบอกเล่าความจริง ตามความเป็นจริง โดยไม่บิดเบือน และไม่ถ่ายภาพนำความคิดหรือความรู้สึกของผู้คน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน เช่น เรื่องเกี่ยวกับการเมือง ศาสนา และความเชื่อ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น วิธีการเล่าเรื่องก็ขึ้นอยู่กับเรื่องที่ต้องการจะเล่าด้วย หากเป็นประเด็นละเอียดอ่อน หรือเป็นปรากฏการณ์ที่ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในสังคม ช่างภาพจำเป็นจะต้องถ่ายทอดข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา ถ่ายภาพให้ครอบคลุมทุกด้าน โดยไม่ใช้เทคนิคหรือจัดภาพที่ผิดธรรมชาติ แต่หากเป็นประเด็นที่ชัดเจนแล้ว อย่างเช่น ยาเสพติด เด็กเร่ร่อน อุบัติภัย ฯลฯ ช่างภาพอาจต้องถ่ายทอดให้เห็นอารมณ์ ความรู้สึกในภาพ เพื่อให้คนดูรู้สึกร่วมกับภาพและเรื่องนั้นได้
บทสัมภาษณ์ อ.จิตต์ จงมั่นคง
April 8, 2009
จิตต์ จงมั่นคง ชีวิตที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเกินครึ่งศตวรรษ
บางครั้งชีวิตของคนคนหนึ่งซึ่งผ่านร้อนผ่านหนาวมาเกินครึ่งศตวรรษ ย่อมมีอะไรให้ค้นหาเรียนรู้มากมาย มีใครบางคนเคยกล่าวว่าการเรียนรู้ชีวิต ก็เหมือนกับการเรียนลัด เพราะประสบการณ์ของคนรุ่นเก่าก่อนที่เคยผ่านทั้งความถูกความผิดมาแล้วอาจจะเป็นแบบเรียนให้คนรุ่นต่อๆมาได้ศึกษาเรียนรู้โดยมิต้องเอาชีวิตไปทดลองให้เสียเวลา แต่นำบทเรียนเหล่านั้นมาต่อยอดให้เกิดคุณค่ามากยิ่งขึ้นต่อไป
![]() |
| ภาพถ่ายชื่อว่า ‘เมื่อพายุโหม’ |
Studio Portrait ตอน 2
April 4, 2009
ภาพชุดสีเทา
แนวคิด “สวยเข้ม ลึกลับ”
ใช้ไฟ Main Light ด้วย Honeycomb ทำให้แสงแข็งกว่าการใช้ Softbox แต่มีการบีบแสงให้เกิดลำแสงได้ดีกว่า Softbox ซึ่งจะกระจายแสงในพื้นที่กว้าง การวางตำแหน่งไฟนี้จะวางไว้สูงกว่านางแบบในมุมมองที่ดูแล้วเกิดเงาใต้คางที่เข้มแล้วยังเกิดเงาบริเวณใต้จมูกที่เข้มเกินไปด้วย โดยรวมแล้วการวางไฟด้วย Honeycomb และอยู่ในตำแหน่งที่สูงแบบนี้จะเกิดความเปรียบต่างของแสงบนใบหน้านางแบบสูงมากๆ เพราะแสงจาก Honeycomb มีความแข็งของแสงมากกว่า Softbox เพื่อให้แนวคิดนี้ออกมาอย่างลงตัวก็พยายามให้แสงไฟที่ตกลงบนใบหน้านางแบบเกือบเต็มพื้นที่ โดยคราวนี้เราให้นางแบบหันหน้าเข้าหาแสงไฟแล้วเอียงใบหน้าในมุมที่ไม่ทำให้เกิดเงาใต้จมูกมากเกินไป กับพยายามให้เห็นเงาบนใบหน้าด้านฝั่งเงาด้วย แค่นี้เราก็จะได้รูปหน้าของนางแบบที่สวยงามและได้อารมณ์ของแสงอย่างที่ตั้งใจ
Studio Portrait ตอน 1
April 1, 2009
STUDIO PORTRAIT
Model : Suwida Ahingsco (Ploy)
Photo by : Phuwaphong Pajonaripai
Location : Subaru Studio
อุปกรณ์ถ่ายภาพ
1. CANON EOS-5D
2. CANON 24-105 MM. f/4L
3. FOKON 500 watt + SOFTBO X
4. FOKON 500 watt + HONEY COMB GRID + BARN DOOR
5. REFLECTOR
6. SEKONIC LIGHT METERS L-308S
ภาพชุดสีแดง
แนวคิด “สวยหวาน สดใส ดุดัน” ใช้ไฟ Main Light ส่องเข้าด้านข้างของนางแบบในตำแหน่งแบบ Short Light พยายามให้เห็น Loop บริเวณแก้มนางแบบฝั่งด้านเงาเป็นเหมือนลูกศรยาว การวางตำแหน่งไฟแบบ Short Light นี้จะเป็น Loop ยาวกว่าการวางในตำแหน่ง Rembrandt ที่จะเห็น Loop สั้นกว่า ทำไมนางแบบคนนี้ต้องการให้เห็น Loop ยาวหละ…? ก็เพื่อแก้ไขลักษณะโครงสร้างของใบหน้านางแบบที่แม้จะดูยาวแล้วแต่บริเวณแก้มออกยุ้ยๆเล็กน้อย การวางไฟให้เกิดเงาและ Loop ยาวจะช่วยทำให้ใบหน้าดูยาวเรียวขึ้นได้
หน้าชัดหลังเบลอ ด้วย Depth of Field
March 29, 2009
เวลาไปเป็น Staff ช่วยในการอบรมของชมรมครั้งไหนก็ตาม เรื่องของ การถ่ายภาพให้ "หน้าชัดหลังเบลอ" นี่มักจะเป็นประเด็นหนึ่งที่มีคนถามกันมาก โดยกลุ่มคนถามก็จะมีทั้งที่ใช้กล้อง Compact และใช้กล้อง SLR ซึ่งคำถามก็จะคล้ายๆ กัน เช่น กล้อง compact ทำให้หน้าชัดหลังเบลอเหมือน SLR ได้ไหม , ถ่ายยังไงให้หน้าชัดหลังเบลอแบบที่เคยเห็นตาม website ถ่ายภาพ ต่างๆ ,จะถ่ายให้หลังเบลอต้องปรับอะไรบ้าง และต้องทำยังไงฉากหลังถึงจะเบลอมากที่สุด ? เลยถือโอกาส หยิบเอาความรู้เรื่องนี้มาเล่าให้สมาชิกได้ฟังละกัน
![]() |
| ภาพบุคคลมักจะถ่ายให้มีความชัดตื้น หน้าชัดหลังเบลอเพื่อเน้นความเด่นของตัวแบบ |
การถ่ายภาพสารคดี (Documentary)
March 16, 2009
การถ่ายภาพ สารคดี (Documentary) เหมือนงานเอกสาร แต่ต้องแปลจากตัวหนังสือมาเป็นภาพถ่าย
ภาพถ่ายสารคดีไม่ได้จำกัดเฉพาะแค่ภาพถ่ายวิถีชีวิตหรือสังคมเท่านั้น แต่มันรวมไปถึง ภาพถ่ายสถาปัตยกรรม ภาพถ่ายทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ ภาพถ่ายธรรมชาติ ภาพถ่ายเชิงมานุษยวิทยา ภาพถ่ายเดินทาง ท่องเที่ยว ภาพถ่ายทางดาวเทียม ล้วนแต่เป็นงานภาพถ่ายเชิงสารคดีทั้งสิ้น เพราะวัตถุประสงค์หลักของภาพถ่ายประเภทนี้คือการ บันทึกหลักฐานเอกสารเพื่อเก็บเป็นข้อมูล
ในฐานะสื่อทางภาพที่มีอิทธิพลต่อความคิดและอารมณ์ ขอบเขตของงานภาพสารคดีจึงมิได้หยุดอยู่แค่การบันทึกข้อมูลหลักฐานเอกสารเท่านั้น รูปแบบของภาพถ่ายสารคดียังนำไปใช้ในการโน้มน้าวกระแสสังคมได้อีกด้วย
ความแตกต่างของภาพ สารคดี (Documentary) กับภาพข่าว, conceptual และ street shoot
- การถ่ายภาพสารคดี (Documentary) เหมือนงานเอกสาร แต่ต้องแปลจากตัวหนังสือเป็นภาพ เป็นการถ่ายภาพตามความเป็นจริงภาพไม่มีการตัดต่อ หรือจัดฉาก หรือสร้างเรื่องราวขึ้นมาเอง ใช้เวลาเรียนรู้กับเรื่องนั้น ๆ นาน
- การถ่ายภาพข่าวคือการบันทึกเหตุกาณ์ที่เกิดขึ้น อย่างทันทีทันใดตามความเป็นจริง แต่ไม่ได้สาวลึกเข้าไปในรายละเอียด
- การถ่ายภาพแบบ Conceptual คือการถ่ายภาพแบบวาง concept ตามมโนภาพของช่างภาพว่าต้องการให้ภาพออกมาแบบไหน
การถ่ายภาพแบบ Street shoot คือการถ่ายภาพแบบเดินตามถนน เห็นอะไรน่าสนใจก็ถ่ายแต่ไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดที่มาที่ไปของภาพ
ภาพสารคดีที่ดีต้องมี:
1. ความสวยงามตามองค์ประกอบภาพ
2. เนื้อหาของภาพ ตามความเป็นจริงของสังคม ในแง่ดี หรือแง่ร้ายก็ได้ จะเป็นภาพเดียวหรือ เป็นชุดก็ได้
3. การทำงาน ภาพถ่ายแบบ Documentary เหมือนการทำ วิทยานิพนธ์ ตอนที่จะจบมหาวิทยาลัยนั่นเอง
4. ต้องศึกษาค้นคว้าข้อมูลในเชิงลึกว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร ทั้งในด้านบวกและด้านลบ หาต้นกำเนิด แหล่งที่มา อดีต ปัจจุบัน และอนาคต
5. วาง conceptของภาพที่อิงกับความเป็นจริง สำรวจและทำความเข้าใจในสิ่งที่จะถ่าย ทำความคุ้นเคย ทำตัวกลมกลืน สร้างมิตรภาพระหว่างช่างภาพและสิ่งที่เราจะถ่าย ทำให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ เพื่อสร้าง Connection เพื่อในโอกาสหน้า มีข่าวคราวอะไรจะติดต่อเราให้มาถ่ายได้
6. ไม่ควรจัดฉากถ่าย หรือ set ถ่ายภาพ (คงเหมือนสอบได้เกรด 4 แต่ลอกเขามา คงไม่ภูมิใจเท่าไร)
7. การแต่งภาพ ไม่ควรทำ ทำได้แค่ปรับความสว่าง มืด ของภาพเท่านั้น สายไฟที่รกเราก็ต้องเก็บไว้เพราะนั่นคือความจริง แต่บางอย่างที่เคลื่อนย้ายได้ และรกหูรกตา ก็เก็บกวาดออกก่อนถ่ายจะดีกว่า
8. การถ่ายภาพแบบ สารคดี (Documentary) จำเป็นต้องเป็นภาพ ขาว ดำหรือไม่ : ไม่จำเป็นแต่ที่ช่างภาพส่วนมากใช้ ขาว ดำ เพราะภาพขาวดำส่วนมากสื่ออารมณ์ได้ดี และช่างภาพต้องการลบสีสันในภาพออกไป ไม่ให้รบกวานสายตา, ภาพหดหู่ ต้องส่วนมากใช้ขาวดำ, แต่บางภาพไม่ควรใช้ภาพขาวดำเพราะผิดธรรมชาติ เช่นภาพ "ใบไม้ใบสุดท้าย" แต่เป็นภาพขาวดำ เราไม่สามราถมองเห็นได้ว่าใบสุดท้ายมันสีอะไร?
9. เรื่องที่ต้องการนำเสนอสำคัญที่สุด ความงามของภาพเป็นอันดับต่อมา ต้องสามารถสื่อให้เห็นสถานที่ได้ ใช้ภาพให้ หลากหลายมุมมอง
10. ต้องมีเวลาและทุ่มเทเวลากับโปรเจ็คนั้น ๆ อาจเป็นปี ถ่ายแล้วกลับมาดู ถ้าไม่ดีก็กลับไปถ่ายใหม่
11. เงินทุน เพราะตอนที่เรายังไม่มีชื่อเสียงเราต้องเริ่มแสวงหาข้อมูลและออกถ่ายด้วยตัวเราเอง (อันนี้มีทางแก้… ก็ชวน เพื่อน ๆ ไปสิจะได้แชร์ค่ารถ อิอิ..) หลังจากเสร็จโปรเจ็คแล้วก็ทำเรื่องขายก็จะได้เงินมา
12. ต้องมีจุดประสงค์ว่า ต้องการถ่ายไปเพื่ออะไร.. ส่งพิมพ์ตามหนังสือ หรือส่งขาย แต่สิ่งสำคัญทีควรทำคือ .. ขอให้ผลงานนั้นคืนกลับสู่สังคม คืนกลับสู่ต้นกำเนิดของภาพ อาจจะเป็นการทำ postcard ขาย กำไรคืนสู่ต้นกำเนิด เพื่อเป็นการช่วยสังคมให้ดีขึ้น อย่างน้อยก็เป็นกระบอกเสียงให้สังคมรับทราบและตื่นตัว
13. ต้องชั่งน้ำหนักด้วยว่าเรื่องบางเรื่องควรแตะต้องถ้าต้องการกระจายข่าวให้สังคมรับรู้ แต่เรื่องบางเรื่องถ้าทำแล้วมันทำให้ต้นกำเนิดภาพเสื่อมเสียหรือเสียหาย หรือจะต้องเปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่ลงก็ไม่ควรทำ
14. ทำตัวเป็นกลาง ไม่เอนเอียงไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
15. แก้สถานการณ์ล่วงหน้าได้
DAO (สรุปจากการอบรมในหัวข้อการถ่ายภาพสารคดี กับ คุณสุเทพ กฤษณาวารินทร์)
การวิเคราะห์ วิจารณ์ ภาพถ่าย
March 9, 2009
การวิเคราะห์ วิจารณ์ ภาพถ่าย โดย อ.ศรศักดิ์ ศักดิ์บดินทร์
สังเกตเห็นบ่อยๆว่าเมื่อมีผู้ส่งภาพขึ้นมาขอความเห็นและขอคำวิจารณ์ ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะมีแต่คำชม…ภาพสวย มุมมองแปลก ขอเอาใจช่วย ฯลฯ แต่ไม่มีคำแนะนำหรือความคิดเห็นอื่นใด ที่จะให้ผู้ถามได้นำไปใช้ในการปรับปรุงการถ่ายภาพให้ดีขึ้น เข้าใจดีว่าเป็นการให้กำลังใจ ไม่อยากทำลายน้ำใจ และก็เข้าใจดีอีกเช่นกันว่า หลายคนที่โหลดภาพขึ้นมาก็เพราะอยากโชว์ภาพ และอยากได้คำชมเช่นนี้ แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ต้องการความคิดเห็นและคำวิจารณ์ที่เหมาะที่ควร และบางคนก็อาจจะเซ็งกับคำชม ก็เลยไปหาคำวิจารณ์จากที่อื่น
ผมเข้าใจว่าหลายคนคงยังไม่รู้ถึงวิธีการดูภาพว่ามันจะต้องดูกันอย่างไร จึงจะเรียกว่าภาพดี ยังไม่ดีพอ หรือว่าไม่ได้เรื่องเอาซะเลย ก็เลยอยากจะแนะนำให้ศึกษาบทความที่นำมาให้อ่านนี้ให้ดี มันไม่ยากอะไรนัก แต่ผู้วิจารณ์ควรจะมองภาพให้ถี่ถ้วน ไม่มองว่าเป็นภาพของใคร หรือตัวแบบ วิว หรือว่าดอกไม้สวยเพียงไร ขอให้มองให้ครบ 3 ประการ คือ 1. คุณภาพทางด้านเทคนิค 2. องค์ประกอบ และ 3. ความรู้สึกที่ได้จากภาพ







