การถ่ายภาพพระเมรุ สนามหลวง
October 30, 2008
ถ้าใครผ่านไปแถวท้องสนามหลวงคงจะได้เห็น พระเมรุที่กำลังสร้างสำหรับพิธีการการถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หรือ "สมเด็จพระพี่นาง" โดยที่พิธีจริงจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 14-19 พฤศจิกายน 2551 โดยขณะนี้ตัวพระเมรุเกือบจะแล้วเสร็จสมบูรณ์แล้วจึงอยากจะชักชวนให้พวกเราได้ออกไปถ่ายรูปพระเมรุกัน
เพื่อความเข้าใจเพิ่มเติมเพราะเห็นหลายๆคนยังเรียกว่า พระเมรุมาศ กันอยู่ ก็ต้องขอชี้แจงซักหน่อยว่าการใช้คำว่า “พระเมรุมาศ” จะใช้เฉพาะกับพระมหากษัตริย์เท่านั้น องค์อื่นๆต้องใช้ “พระเมรุ” เพราะฉะนั้นในกรณีนี้ที่ถูกต้องใช้คำว่า พระเมรุ ครับ
![]() |
| รูปนี้ถ่ายด้วยเลนส์ Tele Photo จากระยะไกล ช่วง Zoom อยู่ประมาณ 80 mm ภาพแบบนี้ควรไปถ่ายวันธรรมดาเนื่องจากวันเสาร์-อาทิตย์จะมีการชุมนุม และมีรถใหญ่มาจอดมาก ทำไปบดบังตัวพระเมรุมาศ |
การถ่ายภาพพระเมรุในครั้งนี้จำเป็นต้องไปหลายวัน ก็ด้วยในแต่ละวันที่ไป มีช่วงเวลาน้อยมากๆเพราะต้องไปหลังเลิกงานเท่านั้น การเก็บรายละเอียดในแต่ละส่วน คงต้องค่อยๆเดินหามุมมองไปเรื่อยๆ ถ่ายเก็บแต่ละช่วงเวลาในแต่ละวันที่ไม่เหมือนกัน บางวันฝนตกก็จะได้เงาสะท้อนพื้น ถ้าไปเร็วแดดออกช่วงเย็นอย่างนี้นี้จะได้แสงสีทองสวยงามเหลืองอร่ามจริงๆ เอาเป็นว่าใครสนใจจะไปถ่ายภาพก็หิ้วกล้องหิ้วขาตั้งกล้องไปกันได้เลย
![]() |
![]() |
เท่าที่ไปสำรวจสถานที่ตั้งพระเมรุจะเห็นว่ายังคงเหลือการตกแต่งบริเวณภายนอกเท่านั้น ต้นไม้ ดอกไม้ กำลังรอการนำมาลงอีกมาก สายไฟยังระเกะระกะ บางจุดยังคงมีผ้าพลาสติกคลุม โครงไม้สำหรับปลูกดอกไม้ยังมีพลาสติกคลุม บริเวณพื้นที่โดยรอบยังมีกองวัสดุก่อสร้างอีกเพียบโดยเฉพาะอิฐบล็อคการประดับไฟยังไม่ร้อยเปอร์เซนต์เพราะบางจุดยังไม่ติดตั้งระบบไฟแสงสว่าง ส่วนภายในบริเวณที่ตั้งพระโกศเริ่มเสร็จสมบูรณ์แล้ว นี่เป็นสภาพโดยรวม
![]() |
![]() |
สภาพแสง
ช่วงเย็นประมาณห้าโมงกว่าๆไปจนถึงสิ้นแสงอาทิตย์เป็นแสงสีเหลืองทอง สวยงามมากจริง เสียดายเมื่อวานแสงสวยๆแต่ตัวเองยังไม่ได้ขึ้นรถเลย ใครคิดจะไป ก็ควรรีบไปก่อนห้าโมงเย็นเพื่อเก็บแสงสีทองสวยๆก่อนแล้วค่อยเก็บภาพไฟกลางคืนต่อ ช่วงเวลาที่เหมาะกับการถ่ายภาพโดยรวมแบบ Landscape และสถาปัตยกรรมเริ่มตั้งแต่ ห้าโมงเย็นไปจนถึงประมาณหกโมงครึ่ง
![]() |
จากนั้น พอฟ้าดำก็เริ่มเจอะถ่ายภาพเฉพาะจุดๆ ที่สวยงาม การประดับไฟ แสงประดับไฟที่พระเมรุสวยงามและแรงมากๆ ยิ่งสะท้อนกับ ลวดลายสีทองแล้วเหลืองอร่ามจริงๆ นอกจากนั้นอาคารรอบๆบริเวณพระเมรุมาศ ก็ยังประดับไฟเอาไว้อย่างสวยงามอีกด้วย การวัดแสงเฉพาะตัวพระเมรุมาศจะต้องเผื่อ over ไว้ซะหน่อย แต่ถ้าต้องการมาดึงลายเฉพาะจุดสามารถวัดแสงพอดีได้แต่อย่าติด under เพราะสีทองจะขาดความเปล่งปลั่งไปในทันที
![]() |
![]() |
มุมมอง
ช่วงนี้มุมมองในการถ่ายภาพพระเมรุมาศนั้นมีค่อนข้างจำกัด ด้วยเราไม่สามารถเข้าถึงตัวพระเมรุได้ ทำให้ต้องถ่ายภาพผ่านช่องว่างของอาคารรอบๆบริเวณซึ่งเรียงราย อยู่มากมาย พอเห็นมีช่องว่างของอาคารก็มาติดต้นมะขามซะนี่ นี่ยังไม่รวมสายไฟ และสิ่งอื่นๆอีกมากมาย เอาเป็นว่าเราพอจะรู้มุมมองที่เห็นแบบเต็มๆได้ 2 มุมมองด้วยกัน
- มุมแรก ยืนอยู่บริเวณที่จอดรถท้องสนามหลวง ยืนให้ติดรั้วเหลืองเลย มุมนี้จะอยู่กลางๆ ของท้องสนามหลวง แล้วฉากหลังเป็นวัดพระแก้ว มุมนี้คนเพียบชัวน์
- มุมที่สอง ยืนอยู่ตรงข้ามกับมุมแรก นั่นหมายความว่าเราจะต้องอยู่หน้าวัดพระแก้ว มุมนี้ฉากหลังเรียบมากๆ เหมาะกับการถ่ายภาพในช่วงท้องฟ้าสีคราม อุปกรณ์
เมื่อวานเอากล้อง 350D กับเลนส์ 24-105 mm. เท่านั้น ช่วงนี้เหมาะมากๆ ไม่ต้องเปลี่ยนเลนส์ให้ลำบาก แต่ถ้าต้องการถ่ายภาพเจอะลวดลายคงต้องแบกเอา 70-200 mm. กับ Teleconveter 2x ไปด้วย ลวดลายด้านบนของพระเมรุสวยงามอลังการมากๆ สำหรับลวดลายด้านภายในบริเวณที่ตั้งพระบรมโกศ อยากให้พวกเราใช้เลนส์ Tele ถ่ายภาพเก็บไว้ด้วย เพราะถ้าเรามาถ่ายภาพหลังงานพิธีลวดลายที่ว่านี้จะถูกไฟเผา ไปเกือบหมด ขาตั้งกล้องควรใช้ขาตั้งกล้องที่แข็งแรงหน่อย เมื่อวานเอาขาตั้งกล้อง slik ตัวเล็กๆไป ปรากฎว่าแผ่นดินไหว ภาพเบลอไปหลายภาพทั้งๆที่ตั้งถ่ายภาพด้วยระบบ Self-Timer
![]() |
![]() |
อยากให้พวกเรารีบไปกันตั้งแต่ช่วงนี้เลย แม้ว่าตัวสถานที่ยังไม่เสร็จเรียบร้อยเราก็ยัง สามารถถ่ายภาพในส่วนอื่นๆได้อีกมากมาย คิดว่าวันพฤหัสและศุกร์นี้จะไปอีก คราวนี้ คงต้องยอมแบกขาตั้งตัวเป้งๆไปด้วย เพื่อประกันความคมชัดของภาพที่แน่นอนกว่า
![]() |
![]() |
สำหรับวันอาทิตย์ที่ 2 พ.ย. 2551 นี้เป็นวันซ้อมใหญ่ อยากให้พวกเรา เหล่าสมาชิกที่ไม่ติดงานด่วนจริงๆ ได้มีโอกาสไปถ่ายภาพพิธีซ้อมกัน เพราะหากจะรอไปวันงานพิธีจริงแล้วคิดว่าคงจะไม่ได้มุมมองที่ดีกว่านี้แน่นอนเพราะคนจะเยอะกว่านี้ หลายเท่าตัวนัก เอาเป็นว่าถ้าเดินถ่ายภาพอยู่แถวนั้น คงได้มีโอกาสเจอกันละกัน
Pooh , Linglom
บทความที่เกี่ยวข้อง:
Comments
14 Responses to “การถ่ายภาพพระเมรุ สนามหลวง”












วันที่ 2 พ.ย. เริ่มกี่โมงคับ แล้วต้องเตรียมตัวยังไงแต่งตัวยังไง เห็นว่ากันว่าต้องแต่งตัวให้สุภาพด้วยใช่มั้ยคับ
กำหนดการยังไม่แน่ใจ เดี๋ยวขอหาข้อมูลก่อนแล้วจะเอามาบอกครับ
รู้แต่ว่าจะซ้อมเหมือนจริง มีการจัดริ้วกระบวนราชรถ พระยานมาศ และแต่งกายเหมือนจริงทุกอย่าง
อันนี้ของที่ซ้อมวันอื่น คิดว่าน่าจะเหมือนกัน
ภาคเช้า เริ่มเวลา 07.00 น. ตั้งริ้วกระบวนพระราชพิธีฯ ด้านท้ายพระบรมมหาราชวัง จากนั้นลำดับต่อไปอัญเชิญพระโกศออกจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ขึ้นบนพระยานมาศสามลำคาน เริ่มเคลื่อนออกจากประ ตูเทวาภิรมย์ ด้านท้ายวังไปตามถนนมหาราช เลี้ยวซ้ายเข้าแยกท้ายวัง ทำการเปลี่ยนกำลังพลอัญเชิญพระยานมาศ จากนั้นเคลื่อนผ่านวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวร มหาวิหาร ถึงจุดตำแหน่งมีการอัญเชิญพระโกศเทียบเกรินบันไดนาค เลื่อนพระโกศยกฉัตรขึ้นพระมหาพิชัยราชรถ
ในวันพระราชพิธีฯ จริง จะเป็นจุดที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามบรมราชกุมาร เสด็จฯ ทอดผ้าแด่พระสงฆ์ 20 รูปจำนวน 4 เที่ยว จากนั้นเสด็จฯ กลับพลับพลายก >>
พนักงานภูษามาลา ถวายบังคม ประคองพระโกศ พนักงานเริ่มกว้านพระโกศขึ้นเสมอบนพระมหาพิชัยราชรถ เลื่อนเกรินเชิญพระโกศขึ้นสู่บุษบกพระมหาพิชัยราชรถ เคลื่อนพระโกศเข้าประจำในพระมหาพิชัยราชรถ หลังจากนั้นเลื่อนเกรินลงเก็บ จากนั้นพลฉุดชักราชรถจากกรมสรรพาวุธทหารบก ถวายบังคม 3 ครั้ง แล้วยืน กระบวนเริ่มเข้าสู่ท้องสนาม หลวง เขตมณฑลพิธีพระเมรุ พระมหาพิชัยราชรถผ่านทหารกองเกียรติยศ เพื่อเทียบเกรินบันไดนาค เชิญพระโกศลงเกริน พระยานมาศเทียบรอ เลื่อนพระโกศประดิษฐานบนพระยานมาศ เคลื่อนเข้าสู่พระเมรุ เป็นอันเสร็จพิธีซ้อมริ้วกระบวนในภาคเช้า
อันนี้ภาพบ่าย
สำหรับภาคบ่าย เริ่มเวลา14.00 น.ซ้อมริ้วขบวนอัญเชิญพระโกศ พระอัฐิ โดยพระที่นั่งราเชนทรยาน พร้อมอัญ เชิญพระสรีรางคารโดยพระวอสีวิกากาญจน์ มี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เข้าร่วมริ้วกระบวนโดยทหารบรรเลงเพลงมหาฤกษ์ ก่อนจะเชิญพระโกศพระอัฐิเข้าสู่ถนนกลางท้องสนามหลวง เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนราชดำเนินใน เคลื่อนสู่ถนนหน้าพระลาน เข้าประตูวิเศษไชยศรี ในพระบรมมหาราชวัง เป็นอันเสร็จซ้อมริ้วกระบวนพระราชพิธี
ขอแก้ไขข้อความครับ
การใช้คำว่า “พระเมรุมาศ” จะใช้เฉพาะกับพระมหากษัตริย์เท่านั้น องค์อื่นๆต้องใช้ “พระเมรุ” เพราะฉะนั้นในกรณีนี้ต้องใช้คำว่า พระเมรุ ครับ
ขออนุญาตนำภาพไปประกอบทำเว็บไซด์หน่อยงานนะคะ ขอบคุณคะ
เหนือคำบรรยาย
ตื้นตันจริงๆ
…….
ผมอยากได้ไฟล์รูปภาพเนื่องจากอยู่ต่างจังหวัด
อีกอย่างถ้าให้ถ่ายเองก็ไม่ออกมาสวยงามสุดจะบรรยายได้อย่างที่เอามาลงจริงๆ
ขอความกรุณาอยากได้รูปเพิ่มจะเป็นพระคุณอย่างมากเลยครับ
รูปที่ถ่ายออกมาสวยงามอย่างยิ่ง
หาดูและโหลดจากที่อื่นก็ไม่เห็นมี และงดงามอย่างนี้เลยครับ
ขอบคุณครับ
เมท
พี่ครับผมขอคำแนะนำหน่อยครับว่า ผมควรตั้งค่า f ค่าสปีดชัตเตอร์
whiite balance iso ที่ประมาณเท่าไหร่ครับ ผมมือใหม่ครับใช้ nikon
d60ครับ ไปลองถ่ายมาครั้งหนึ่งแล้วได้ภาพไม่ค่อยถูกใจเลยครับคือไม่รู้จะตั้ง
ค่าอย่างไงดี ไปถ่ายมาตอนกลางคืนนะครับ20.00ถึง23.00น. ครับอยากไป
ลองอีกรบกวนขอความรู้จากพี่ทุกท่านด้วยครับ ขอบคุณครับ
ถ้ามีรูปเพิ่มจะทยอยนำมาลงให้ครับ
ภาพแนวนี้จัดเป็นภาพแนวสถาปัตยกรรม ซึ่งโดยทั่วไปก็มักจะต้องการให้ภาพชัดทั้งภาพอยู่แล้ว f ที่ใช้ก็มักจะอยู่ที่ 8-11 โดยประมาณ ซึ่งนอกจากจะได้ภาพที่มีระยะชัดลึกมากแล้ว ยังได้แสงจากหลอดไฟที่แตกเป็นแฉกอีกด้วย ส่วนเรื่อง shutter speed นั้นคงบอกแน่นอนไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับแสงในเวลาที่ไปถ่ายภาพด้วย
ส่วนเวลาที่เหมาะจะถ่าย อย่างในรูปตัวอย่าง ถ้าอยากได้ฟ้าที่เป็นสีฟ้า ก็ควรจะถ่ายประมาณ 18.00-18.30 มากกว่านี้ฟ้าจะดำจนขาดความสวยงามไปครับ
ขอบคุณครับพี่ แค่นี้ก็คงจะดีขึ้นบ้างหละครับสงสัยต้องหาเวลาฝึกบ่อยๆก่อน
ไปอีกรอบครับ
ที่เห็นข้างบนนั่นจาก DSLR ร่วมแสนใช่หรือไม่คับ (ทั้งกล้อง ,เลนส์ + อุปกรณ์ต่าง ๆ )
ถ้าใช้ compact เก็บภาพที่เดียวกันสถานที่เดียวกัน แต่โอกาสในการเก็บภาพมีน้อยกว่า ภาพจะออกมาเป็นยังไงบ้างคับ
DSLR + อุปกรณ์ครบชุด + มีเวลา + โอกาสเก็บภาพมาก
Compact ไม่มีอุปกรณ์เสริมนอกจากขา 300 บาท + เวลา ครึ่งชม.
ถ้าผลงานออกมาไม่สุดยอดเหมือน DSLR แต่ก็ใกล้เคียงกัน ไม่ต่างกันมากเท่าไหร่ ถือว่า Compact ประสบความสำเร็จหรือไม่คับ
ขอขอบคุณภาพดีดี สวยงามมาก
เป็นสมบัติของแผ่นดินจริงๆ
ด้วยความเคารพ